Gossip Station..by เจ๊จิ๋ม

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 09-10-2569 (ศุกร์สวัสดี..เปิด 10 หุ้นเด็ด ต่างชาติซุ่มเก็บ..สวนทางดัชนีผันผวน)


09 ตุลาคม 2569

Gossip Station ศุกร์สวัสดี เปิด 10 หุ้นเด็ด 1-1_0.jpg

ตลาดหุ้นไทยวานนี้ปิดที่ 1,570.61 จุด ลดลง 14.02 จุด ท่ามกลางแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติที่กลับมาอย่างชัดเจน โดยต่างชาติขายสุทธิ 6,361.66 ล้านบาท ขณะที่สถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 61.35 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ 188.52 ล้านบาท และนักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 6,488.83 ล้านบาท

เจ๊จิ๋มมองว่า ภาพตลาดวันนี้สะท้อนแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกค่อนข้างชัด โดยเฉพาะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ที่ขยับขึ้นแตะ 5.7% ทำจุดสูงสุดในรอบ 24 ปี ขณะที่สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ ดันราคาน้ำมันดิบ Brent ขึ้นไปแตะ 101.2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้นักลงทุนทั่วโลกเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ราคาทองคำก็ปรับตัวลงมาอยู่บริเวณ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังเผชิญแรงกดดันจากบอนด์ยีลด์และค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น โดยภาพรวมจึงเป็นตลาดที่ทั้งหุ้นและสินทรัพย์ปลอดภัยบางส่วนถูกกดดันพร้อมกัน

กูรูหุ้นประเมินว่าแรงกดดันจาก Bond Yield สหรัฐฯ และราคาน้ำมันยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ในอีกด้านหนึ่งยังพบสัญญาณที่น่าสนใจจากการเคลื่อนไหวของเงินทุนต่างชาติ เพราะเมื่อเจาะลึกเป็นรายหุ้นกลับพบว่าต่างชาติยังทยอยสะสมหุ้นไทยบางตัวผ่านทั้งการลงทุนโดยตรงและ NVDR

โดยข้อมูลช่วงวันที่ 22 ก.ย.–6 ต.ค. พบว่าหุ้นเด่น 10 ตัวที่ต่างชาติทยอยสะสม ได้แก่ CPF, SCB, SAWAD, BH, BDMS, PTTGC, PTT, TOP, IRPC และ IVL แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ หุ้น Laggard หุ้นที่เข้าสู่ช่วง High Season และกลุ่มพลังงาน–ปิโตรเคมี ที่สำคัญหุ้นส่วนใหญ่ยังอยู่ในโซน Improving–Leading ตามกราฟ RRG หรือมีโมเมนตัมด้านราคาที่แข็งแรง

เจ๊เห็นจุดนี้น่าสนใจกว่าการดูแค่ตัวเลขซื้อขายสุทธิของต่างชาติ เพราะแม้ภาพรวมต่างชาติจะขายสุทธิในตลาด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเงินลงทุนจะไหลออกจากหุ้นไทยทุกตัว หากยังมีการเลือกสะสมหุ้นบางกลุ่ม ก็แปลว่านักลงทุนต่างชาติยังมองหาโอกาสในหุ้นที่มีปัจจัยเฉพาะตัวอยู่

ด้าน บล.กสิกรไทย มองว่าราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ US Bond Yield ยังขยับขึ้น แต่ก่อนหน้านี้เริ่มเห็นสัญญาณต่างชาติพลิกกลับมาซื้อ จึงยังเน้นกลยุทธ์สะสมหุ้นที่คาดว่าผลประกอบการดี อย่างไรก็ตาม หลังตลาดปิดวันนี้และต่างชาติกลับมาขายสุทธิแรง กลยุทธ์จึงยิ่งต้องเน้นการเลือกหุ้นเป็นรายตัวมากขึ้น

กูรูจากอีกสำนักมองภาพตลาดในระยะสั้นว่ายังต้องระวังความผันผวนจาก Bond Yield ที่อยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะเมื่อผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 และ 30 ปีขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบกว่า 24 ปี พร้อมแนะนำให้เน้นบริษัทที่กำไรมีคุณภาพและงบดุลแข็งแรง รวมถึงไม่เพิ่มความเสี่ยงหรือไล่ราคาหุ้นในจังหวะที่ตลาดยังถูกกดดันจากปัจจัยมหภาค

สำหรับหุ้นในกลุ่ม Laggard อย่าง CPF, SCB และ SAWAD เป็นกลุ่มที่ต้องจับตา เพราะราคายังมีโอกาสฟื้นตัวหากแรงซื้อเริ่มกลับเข้ามา ส่วน BH และ BDMS ได้แรงหนุนจากธีม High Season ซึ่งเป็นปัจจัยเฉพาะตัวที่ช่วยลดการพึ่งพาทิศทางตลาดโดยรวม

ส่วน PTT, PTTGC, TOP, IRPC และ IVL แม้จะต้องเผชิญความผันผวนจากราคาน้ำมันและส่วนต่างผลิตภัณฑ์ แต่การที่ต่างชาติยังทยอยสะสมบางตัวในกลุ่มนี้ก็สะท้อนว่า นักลงทุนบางส่วนยังให้น้ำหนักกับธีมพลังงานและปิโตรเคมีในช่วงที่ราคาน้ำมันอยู่ระดับสูง

ดังนั้น ช่วงนี้ต้องแยกให้ออกระหว่าง “ต่างชาติขายตลาด” กับ “ต่างชาติขายหุ้นไทย” เพราะสองเรื่องนี้ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว แม้ภาพรวม Fund Flow วันนี้จะเป็นลบ แต่ข้อมูลการสะสมรายหุ้นยังพบว่ามีหุ้นขนาดใหญ่บางตัวที่ได้รับความสนใจอยู่

แต่ใดๆ ในโลกล้วนไม่แน่นอน  ..ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนค่ะ