สินทรัพย์ดิจิทัล/ทองคำ

ก.ล.ต. ออกหลักเกณฑ์รองรับ crypto ETF ในไทย เพิ่มทางเลือกการลงทุน ภายใต้การกำกับดูแลที่เหมาะสม


08 ตุลาคม 2569

110762-กลต-SEC-2.jpg

ก.ล.ต. ออกประกาศหลักเกณฑ์รองรับการจัดตั้งและแนวทางการกำกับดูแล crypto ETF ในไทย รวมถึงหลักเกณฑ์การมอบหมายงานจัดการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลของกองทุนรวมและการเปิดให้ผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล (DA Custodian) และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่นที่มีความพร้อมสามารถทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของ crypto ETF เพื่อเพิ่มทางเลือกการลงทุน พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบธุรกิจ และสนับสนุนระบบนิเวศ (ecosystem) ของ crypto ETF ภายใต้กรอบการคุ้มครองผู้ลงทุนที่เหมาะสม มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569

ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีแนวคิดในการออกหลักเกณฑ์รองรับการจัดตั้งและแนวทางการกำกับดูแล crypto ETF ในไทย ซึ่งเป็นกองทุน ETF ที่ลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี (crypto) และซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ โดยรวมถึงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการมอบหมายงานจัดการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลของ กองทุนรวม และหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการให้ DA Custodian และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่นที่มีความพร้อมเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของ crypto ETF เพื่อเพิ่มทางเลือกการลงทุนให้แก่ผู้ลงทุน ส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบธุรกิจและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนไทย ตลอดจนสนับสนุน ecosystem ของ crypto ETF ในประเทศไทยให้มีความพร้อมยิ่งขึ้น ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้ลงทุน โดย ก.ล.ต. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นรอบหลักการเมื่อเดือนเมษายน – พฤษภาคม 2569 และรอบร่างประกาศเมื่อเดือนสิงหาคม - กันยายน 2569 ซึ่งผู้แสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่เห็นด้วยกับหลักการและร่างประกาศดังกล่าว

ก.ล.ต. จึงออกประกาศที่เกี่ยวข้อง จำนวน 11 ฉบับ* ซึ่งจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ 

1. หลักเกณฑ์เพื่อรองรับการจัดตั้ง crypto ETF โดยกำหนดให้ crypto ETF ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ใช้กับ ETF ทั่วไป รวมถึงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกองทุนรวมที่ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล และ ก.ล.ต. ได้กำหนดหลักการเพิ่มเติมเพื่อคุ้มครองผู้ลงทุน ดังนี้

(1) ความพร้อมของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) : บลจ. ที่ประสงค์จัดตั้ง crypto ETF ต้องแสดงให้เห็นถึงความพร้อมด้านบุคลากร ระบบงาน และผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กองทุนสามารถดำเนินงานได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย และเป็นระบบ

(2) นโยบายและรูปแบบการลงทุน : crypto ETF ต้องจัดตั้งและบริหารในรูปแบบ passive management โดยมุ่งสร้างผลตอบแทนให้เคลื่อนไหวตามราคา crypto ที่กองทุนลงทุน และต้องมี crypto net exposure ในสกุลใดสกุลหนึ่ง โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV)  

ทั้งนี้ ก.ล.ต. จะกำหนดประเภท crypto ที่กองทุนสามารถลงทุนได้ โดยจะพิจารณาจากสภาพคล่อง การยอมรับเป็นการทั่วไป ความปลอดภัยของเครือข่าย และความเหมาะสมด้านการคุ้มครองผู้ลงทุน ซึ่งในระยะแรกจะกำหนดให้ลงทุนได้ใน Bitcoin และ Ethereum

(3)  การเก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน : crypto ETF ต้องเก็บรักษาทรัพย์สินไว้กับ DA Custodian ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. เท่านั้น 

(4)  ช่องทางการซื้อขายและการคุ้มครองผู้ลงทุน : crypto ETF จะจดทะเบียนซื้อขายเฉพาะในตลาดหลักทรัพย์ และมีมาตรการคุ้มครองผู้ลงทุนเพิ่มเติม เช่น การให้ความรู้เกี่ยวกับลักษณะและความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ และการมีกลไกให้ผู้ลงทุนยืนยันว่าได้รับทราบและเข้าใจความเสี่ยงก่อนเริ่มซื้อขาย 

ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ที่ให้บริการซื้อขาย crypto ETF ในตลาดหลักทรัพย์ต้องเน้นย้ำให้ผู้ลงทุนจัดสรรการลงทุนอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงการลงทุนกระจุกตัวในสินทรัพย์ดิจิทัล และพิจารณาการลงทุนให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้ 

นอกจากนี้ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) จะไม่สามารถให้บริการกู้ยืมเงิน (margin loan) สำหรับการซื้อ crypto ETF ได้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางกำกับดูแลการซื้อขาย crypto ผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ที่ไม่อนุญาตให้มีการให้กู้ยืมเงินเพื่อซื้อ crypto

(5)  การเปิดเผยข้อมูลและหลักเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้อง : บลจ. ต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอ เพื่อให้ผู้ลงทุนเข้าใจลักษณะ โครงสร้าง กลไกการลงทุน ผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง และความเสี่ยงเฉพาะของ crypto ETF

2. หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการมอบหมายงานจัดการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลของกองทุนรวม โดยกำหนดให้ผู้รับดำเนินการจัดการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลของกองทุนรวม ต้องเป็นผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัล (DA fund manager) เพื่อให้ผู้รับดำเนินการมีความเหมาะสมและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่สอดคล้องกับลักษณะของทรัพย์สิน

3. หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการให้ DA Custodian และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่นที่มีความพร้อมเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของ crypto ETF 

(1)  เปิดให้ DA Custodian และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่นที่มีความพร้อมด้านบุคลากรและระบบงาน สามารถขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ดูแลฯ ของ crypto ETF ได้ ตามมาตรา 121 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

(2)  ผู้ดูแลผลประโยชน์ที่เป็น DA Custodian หรือผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่นจะสามารถเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ได้เฉพาะ crypto ETF และต้องมีคุณสมบัติและความพร้อมในด้านต่าง ๆ เช่น ฐานะการเงิน บุคลากร ระบบงาน เป็นต้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการกำกับดูแลผู้ดูแลฯ ของ MF ในปัจจุบัน รวมทั้งต้องดำรงคุณสมบัติดังกล่าวตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่

(3)  ผู้ดูแลผลประโยชน์ที่เป็น DA Custodian หรือผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่น สามารถแต่งตั้งตัวแทนเก็บรักษาทรัพย์สินได้ตามหลักเกณฑ์ปัจจุบัน อย่างไรก็ดี การเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ว่าจะดำเนินการโดยผู้ดูแลผลประโยชน์เองหรือโดยตัวแทน ต้องดำเนินการโดยผู้ที่มีใบอนุญาต DA Custodian 

ทั้งนี้ ในอนาคต ก.ล.ต. อาจพิจารณาประกาศให้สามารถใช้บริการ DA Custodian ต่างประเทศที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดได้ เมื่อเห็นว่ามีความจำเป็นและเหมาะสมกับสภาวการณ์

พร้อมกันนี้ ก.ล.ต. ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้กองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคลสามารถลงทุนใน crypto ETF ที่จัดตั้งในประเทศไทยได้ จากเดิมที่สามารถลงทุนได้เฉพาะ crypto ETF ต่างประเทศ โดยยังคงอยู่ภายใต้อัตราส่วนการลงทุนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในปัจจุบัน 

นอกจากนี้ เพื่อสนับสนุนการพัฒนา crypto ETF และเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบธุรกิจไทย ในระยะแรก ก.ล.ต. จะยังไม่อนุญาตให้มีการออก จัดตั้ง หรือเสนอขายผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่เกี่ยวข้องกับ crypto ETF ต่างประเทศ เช่น  ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) ที่อ้างอิง crypto ETF รวมถึงยังไม่อนุญาตให้ บล. พาลูกค้าที่มิใช่ผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษไปลงทุนใน crypto ETF ต่างประเทศ