Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 29-09-2569 (สัปดาห์สุดท้ายเดือนนี้..ลุ้นดัชนียืนเหนือ 1,600 จุด)

ตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้เปิดตลาดวันแรกด้วยการปิดที่ระดับ 1,602.37 จุด ลดลง 5.26 จุด แม้ดัชนียังสามารถยืนเหนือระดับ 1,600 จุดได้ แต่ เจ๊จิ๋มมองว่าสัปดาห์นี้ตลาดยังต้องรับมือกับหลายปัจจัยสำคัญ ทั้งทิศทางราคาน้ำมัน ดอกเบี้ยสหรัฐฯ สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง รวมถึงกระแสเงินทุนต่างชาติที่ยังต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหว กูรูประเมิน SET สัปดาห์นี้อยู่ที่ประมาณ 1,580–1,630 จุด โดยมีแนวรับสำคัญที่ 1,585 และ 1,555 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,615 และ 1,630 จุด ขณะที่ปัจจัยที่ต้องติดตามยังมีทั้งถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ Fed ตัวเลข PCE ของสหรัฐฯ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง และทิศทาง Fund Flow ต่างชาติ
เจ๊จิ๋มเห็นว่าปัจจัยแรกที่ต้องจับตาคือ “น้ำมัน” เพราะหากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ ก็มีโอกาสทำให้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูงต่อไป และอาจกลายเป็นแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ รวมถึง Bond Yield สหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลต่อความคาดหวังเรื่องทิศทางดอกเบี้ยของ Fed และท้ายที่สุดก็อาจย้อนกลับมากดดันตลาดหุ้นไทยอีกทอดหนึ่ง
ในมุมของ บล.กรุงศรี มองว่า SET สัปดาห์นี้มีแนวโน้มแกว่งตัวจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและดอกเบี้ยสหรัฐฯ โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันและ Bond Yield ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ในช่วงปลายสัปดาห์จะเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ต้องติดตาม เพราะอาจมีผลต่อมุมมองของนักลงทุนต่อนโยบายการเงินของ Fed
สำหรับหุ้นที่กรุงศรีให้น้ำหนักในช่วงนี้ ได้แก่ DELTA ซึ่งได้แรงหนุนจากธีมการลงทุนด้าน AI ขณะที่ AOT และ AWC มีปัจจัยบวกจากการเดินทางท่องเที่ยวและช่วง Golden Week ของจีน
ส่วน บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ยังคงมองกลยุทธ์แบบ Selective Buy โดยเน้นหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว รวมถึงหุ้นที่ราคายัง Laggard เมื่อเทียบกับตลาด เช่น HMPRO, MTC, TIDLOR, SAWAD, BCH และ BDMS รวมถึงหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดอย่าง GULF, GPSC, BGRIM และ GUNKUL
อีกประเด็นที่เจ๊จิ๋มมองว่าน่าสนใจคือ “หุ้น Domestic Play” เพราะหากแรงซื้อในประเทศยังมีต่อเนื่อง หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคและเศรษฐกิจในประเทศก็มีโอกาสกลับมาได้รับความสนใจ โดยเฉพาะ CPALL, CPN และ HMPRO ซึ่งมีปัจจัยเฉพาะตัวเข้ามาช่วยพยุงราคาหุ้นในช่วงที่ตลาดยังมีความผันผวน
กูรูมองว่าตลาดยังมี Upside จำกัดจากแรงกดดันของ Fund Flow ที่ยังไม่นิ่ง โดยให้แนวต้านสำคัญบริเวณ 1,610 และ 1,630 จุด พร้อมแนะนำกลยุทธ์ Selective Buy ในหุ้น Domestic Play เช่น BDMS, CPN และ ADVANC ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากแนวโน้มผลประกอบการและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ
ขณะเดียวกันกลุ่มธนาคารยังเป็นอีกกลุ่มที่ต้องจับตา เพราะก่อนหน้านี้แรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติและสถาบันในประเทศมีส่วนช่วยผลักดัน SET ให้กลับมายืนเหนือ 1,600 จุด โดยเฉพาะ KTB, KBANK และ SCB ซึ่งเป็นหุ้นขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูงและสามารถรองรับ Fund Flow ได้ดี
สำหรับกลุ่มพลังงาน หากราคาน้ำมันยังยืนอยู่ในระดับสูง หุ้นอย่าง PTTEP มีโอกาสได้รับแรงหนุนโดยตรง ขณะที่ TOP และ SPRC จะขึ้นอยู่กับทิศทางค่าการกลั่นและราคาผลิตภัณฑ์ ส่วนกลุ่มโรงไฟฟ้าอย่าง GULF, GPSC และ BGRIM ยังมีธีมระยะยาวจากการลงทุนด้านพลังงานสะอาดและ Data Center เข้ามาช่วยเสริม
อีกเรื่องที่ตลาดต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ “Fund Flow ต่างชาติ” เพราะแม้ SET จะยังสามารถยืนเหนือ 1,600 จุดได้ แต่การที่เงินต่างชาติจะไหลเข้าต่อเนื่องหรือไม่นั้น ยังขึ้นอยู่กับทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ค่าเงิน และความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทย หาก Fund Flow กลับมาอย่างชัดเจน หุ้น Large Cap ที่มีสภาพคล่องสูง เช่น ADVANC, DELTA, KBANK, KTB และ CPALL ก็มีโอกาสได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น
สรุปว่าตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ยังต้องเล่นกันแบบระมัดระวัง เพราะด้านหนึ่งยังมีแรงหนุนจากการที่ SET สามารถยืนเหนือ 1,600 จุด ขณะที่อีกด้านยังมีแรงกดดันจากราคาน้ำมัน สถานการณ์ตะวันออกกลาง Bond Yield และทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ทำให้การเลือกหุ้นเป็นรายตัวน่าจะมีความสำคัญมากกว่าการไล่ซื้อทั้งตลาด
เจ๊จิ๋มว่า “หุ้นดี” ยังมีให้เลือก แต่จังหวะเข้าซื้อคงต้องใจเย็นกันสักนิด เพราะตลาดยังมีอีกหลายด่านให้ลุ้นในสัปดาห์นี้เจ้าค่ะ