คปภ. เรียกประชุมภาคธุรกิจประกันภัย กำหนดแนวทางช่วยเหลือเร่งด่วน–เตรียมพร้อมหลังน้ำลด

คปภ. เรียกประชุมภาคธุรกิจประกันภัย กำหนดแนวทางช่วยเหลือเร่งด่วน–เตรียมพร้อมหลังน้ำลด มุ่งบรรเทาความเดือดร้อนผู้เอาประกันภัย โดยเฉพาะการประเมินความเสียหายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้ใช้แนวทางเดียวกับการดำเนินการกรณีอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) มอบหมายให้ นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ เป็นประธานการประชุมติดตามและเตรียมความพร้อมของภาคธุรกิจประกันภัยเพื่อรองรับสถานการณ์อุทกภัย ร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยไทยและภาคธุรกิจประกันภัย ผ่านระบบออนไลน์
เพื่อรับฟังสถานการณ์ ปัญหาและอุปสรรคจากภาคธุรกิจประกันภัย ตลอดจนสะท้อนการเตรียมความพร้อมและร่วมกันกำหนดแนวทางในการให้ความช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบ โดยได้หารือถึงการสำรวจข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัยในพื้นที่ประสบอุทกภัยผ่านระบบฐานข้อมูลกลางประกันภัย (Insurance Bureau System : IBS) เพื่อประเมินขอบเขตความเสียหายและจำนวนผู้เอาประกันภัยที่อาจได้รับผลกระทบ รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือกับบริษัทประกันภัยในการจัดเตรียมรถยกและรถลากสำหรับช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมและกีดขวางการจราจร ตลอดจนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดเตรียมพื้นที่รองรับการเคลื่อนย้ายรถยนต์
ในด้านการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน สำนักงาน คปภ. เน้นย้ำให้ภาคธุรกิจให้ความสำคัญกับ ความรวดเร็วในการพิจารณาและจ่ายค่าสินไหมทดแทน เพื่อให้การประกันภัยสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้เอาประกันภัยจากสถานการณ์อุทกภัยได้อย่างทันท่วงที โดยที่ประชุมได้รับรายงานว่า สำหรับกรณีที่สามารถตรวจสอบและพิสูจน์ความเสียหายได้อย่างชัดเจน บริษัทประกันภัยมีความพร้อมดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายในระยะเวลา ไม่เกิน 7 วัน รวมถึงกรณีความเสียหายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ขณะที่กรณีที่ตรวจสอบแล้วเข้าหลักเกณฑ์ความเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss) บริษัทประกันภัยจะดำเนินการจัดเตรียมและรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องควบคู่กับกระบวนการประเมินความเสียหาย เพื่อให้เอกสารครบถ้วนและสามารถยืนยันความเสียหายได้ชัดเจน สามารถดำเนินการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้โดยเร็ว
ด้านการประเมินความเสียหายของรถยนต์จากน้ำท่วม ที่ประชุมได้หารือให้แยกแนวทางการพิจารณาระหว่างรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยกรณีรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป ให้ใช้แนวทางการประเมินความเสียหาย 5 ระดับ ตั้งแต่ระดับ A–E ของสำนักงาน คปภ. เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา โดยการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนให้เป็นไปตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงและเงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัย
ในส่วนของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ประชุมยังได้หารือถึงการประเมินความเสียหายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยใช้แนวทางในลักษณะเดียวกับการดำเนินการกรณีอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่ ซึ่งต้องพิจารณามูลค่าความเสียหายของแบตเตอรี่ประกอบกับความเสียหายของตัวรถ โดยเฉพาะกรณีแบตเตอรี่ถูกน้ำท่วมขัง ต้องตรวจสอบว่าสามารถฟื้นฟูหรือซ่อมแซมกลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยเพียงใด หากไม่สามารถฟื้นฟูได้ จึงนำมาประกอบการพิจารณาว่าเข้าข่ายความเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss) หรือไม่ รวมทั้งต้องพิจารณาข้อกำหนดและแนวทางทางของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละยี่ห้อและแต่ละรุ่นประกอบด้วย
นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ได้หารือกับภาคธุรกิจถึงการจัดทำและรายงานข้อมูลความเสียหายจากอุทกภัย โดยให้บริษัทประกันภัยรวบรวมข้อมูลจำนวนการแจ้งเคลม ประเภทความเสียหาย มูลค่าความเสียหายเบื้องต้น ความคืบหน้าการสำรวจและประเมินความเสียหาย การจ่ายค่าสินไหมทดแทน รวมถึงปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน ตามแบบฟอร์มที่สำนักงาน คปภ. จะจัดส่งให้ เพื่อใช้ติดตามสถานการณ์และความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยอย่างต่อเนื่อง
สำหรับ กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยแบบประหยัดสำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) ให้พิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นภายใต้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติเต็มวงเงินเอาประกันภัย จำนวน 10,000 บาท เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้เอาประกันภัยที่บ้านอยู่อาศัยได้รับความเสียหายจากอุทกภัย โดยผู้เอาประกันภัยนำส่งเอกสารยืนยันตัวตนและหลักฐานความเสียหาย เช่น ภาพถ่ายน้ำท่วม หรือรายการทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นไปตามจำนวนเงินความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย
ขณะเดียวกัน ยังได้กำหนดมาตรการช่วยเหลือด้านการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน สำหรับบ้านอยู่อาศัยและร้านค้า ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยกรณี กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย ให้พิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นภายใต้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติเต็มวงเงินเอาประกันภัย จำนวน 20,000 บาท และกรณีที่ผู้เอาประกันภัยได้ ซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วมเพิ่มเติม ให้พิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นเพิ่ม จำนวน 10,000 บาท หากมีความเสียหายเกินกว่า 10,000 บาท ให้ผู้เอาประกันภัยนำส่งเอกสารและหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติม
สำนักงาน คปภ. ฝากถึงภาคธุรกิจประกันภัยให้เตรียมความพร้อมรองรับการให้ความช่วยเหลือภายหลังระดับน้ำลดลง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายสูง ซึ่งประชาชนอาจไม่สามารถเคลื่อนย้ายรถยนต์และทรัพย์สินออกจากพื้นที่ได้ทัน จึงขอให้เตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากร ผู้สำรวจภัย ช่องทางรับแจ้งเหตุ เครือข่ายอู่ซ่อมรถ และการประเมินความเสียหายให้เพียงพอ เพื่อให้สามารถเข้าดูแลผู้เอาประกันภัยได้ทันทีเมื่อสถานการณ์คลี่คลายและสามารถเข้าพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย พร้อมกำชับให้ภาคธุรกิจประกันภัย เร่งดำเนินการตามประเด็นที่ได้หารือร่วมกันในการประชุมครั้งนี้ โดยให้ความสำคัญกับการสำรวจความเสียหาย การอำนวยความสะดวกแก่ผู้เอาประกันภัย และการพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนอย่างรวดเร็ว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากอุทกภัย ตลอดจนรายงานความคืบหน้า ปัญหา และอุปสรรคให้สำนักงาน คปภ. ทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ ประชาชนและผู้เอาประกันภัยที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการประกันภัย การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน หรือสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน คปภ. 1186 หรือ LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ.รอบรู้”