
บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด (INNOPOWER) เดินหน้าพัฒนาระบบพลังงานสำหรับกลุ่มอาคารในพื้นที่กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ผ่าน 3 ภารกิจสำคัญ ครอบคลุมการศึกษาแนวทางปรับปรุงระบบไฟฟ้าเดิมให้รองรับเทคโนโลยีพลังงานสมัยใหม่ การร่วมพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่แบบผสม และการศึกษา ทดสอบ เชื่อมต่อระบบบริหารจัดการพลังงานกับเทคโนโลยีหม้อแปลงอัจฉริยะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานหมุนเวียนและต่อยอดพื้นที่นำร่องสู่ต้นแบบ Net Zero Campus
การดำเนินงานดังกล่าวอยู่ภายใต้ “โครงการศึกษาและพัฒนาการบริหารจัดการพลังงานกลุ่มอาคารจากต้นแบบระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่แบบผสม ในพื้นที่ Central Business District” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด (เจริญชัย) และบริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด (INNOPOWER) โดยทั้ง 5 หน่วยงานร่วมจัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุม Auditorium ชั้น 3 อาคาร ท.103 สำนักงานกลาง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เพื่อศึกษาและทดสอบการทำงานร่วมกันของเทคโนโลยีพลังงานหลายรูปแบบในพื้นที่จริง
หนึ่งในภารกิจหลักของ INNOPOWER คือ การศึกษาแนวทางปรับปรุงระบบไฟฟ้าเดิมให้รองรับระบบบริหารจัดการพลังงานที่ทันสมัย พร้อมจัดทำข้อกำหนดสำหรับการปรับปรุงระบบไฟฟ้าและระบบบริหารจัดการพลังงาน เพื่อเตรียมโครงสร้างพื้นฐานให้พร้อมเชื่อมต่อกับระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบกักเก็บพลังงาน และเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะ
อีกภารกิจสำคัญคือ การร่วมพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่แบบผสม โดยนำแบตเตอรี่ที่หมดอายุการใช้งานจากอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า แต่ยังสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ หรือ Second-Life Battery มาประยุกต์ใช้ร่วมกับแบตเตอรี่ใหม่ เพื่อกักเก็บพลังงานส่วนเกินจากโซลาร์รูฟท็อปและรองรับการถ่ายโอนพลังงานระหว่างอาคารภายในพื้นที่นำร่อง
นอกจากนี้ INNOPOWER ยังร่วม ศึกษา ทดสอบ และเชื่อมต่อเทคโนโลยีพลังงานหลายระบบให้สามารถทำงานร่วมกัน ได้แก่ ระบบการจัดการพลังงานหม้อแปลงอัจฉริยะ AI Platform (IDT System) ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่แบบผสม ระบบบริหารจัดการพลังงาน ENZY Platform และ Alto CERO Platform เพื่อรองรับนวัตกรรมหม้อแปลงไฟฟ้าอัจฉริยะ AI Transformer Low Carbon และ AI Submersible Transformer Low Carbon พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลการผลิต การกักเก็บ และการบริหารพลังงานระหว่างอาคารให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้ ความร่วมมือของทั้ง 5 หน่วยงานนับเป็นการบูรณาการนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านพลังงานมาประยุกต์ใช้จริง เพื่อยกระดับการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานทดแทน พร้อมพัฒนาเป็นต้นแบบที่สามารถต่อยอดสู่พื้นที่เขตเมือง (Central Business District) ของประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2593 อย่างยั่งยืนต่อไป
ยอดนิยม
ค่าเงินบาทวันนี้ 21 กันยายน 2569
บอร์ดไฟเขียวตั้ง “ดร.ฉัตรชัย” CEO ใหม่ NETBAY รับไม้ต่อธุรกิจ “กอบกาญจนา” นั่งเก้าอี้ที่ปรึกษา
GGC เดินหน้าปรับโครงสร้างทุนสำเร็จ ยกระดับความมั่นคงทางการเงิน พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน
TOA สานต่อพลังรักษ์โลก ปล่อยแคมเปญใหญ่แห่งปี ‘TOA Wood Expert’ ชวนคนไทยดูแลไม้และผืนป่า สร้างอนาคตสีเขียวไปด้วยกัน