RBF มั่นใจแนวโน้มครึ่งปีหลังแข็งแกร่ง ยอดขายตลาดต่างประเทศเติบโตต่อเนื่อง

RBF เผยแนวโน้มครึ่งปีหลัง 2569 โตต่อเนื่อง รับแรงหนุนตลาดต่างประเทศ รุกขยายตัวแทนจำหน่ายในอินโดนีเซียและอินเดีย ส่วนความคืบหน้าการขยายฐานผลิตในจีน คาด COD ตามแผนในปี 2570 มุ่งสร้างโอกาสเติบโตใหม่ในตลาดต่างประเทศ
บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF นำโดย ดร.สมชาย รัตนภูมิภิญโญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วย พ.ท.พญ.จัณจิดา รัตนภูมิภิญโญ กรรมการบริษัท นายสุรนาถ กิตติรัตนเดช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงิน และ นายธีรพัฒน์ ญาณาธรกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฎิบัติการ ร่วมนำเสนอข้อมูลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2569 และแผนธุรกิจช่วงที่เหลือของปี ในการประชุมออนไลน์นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ (Analyst Meeting) โดยมีตัวแทนจากบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำเข้าร่วมรับฟัง
ดร.สมชาย รัตนภูมิภิญโญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า แนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังปี 2569 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากตลาดต่างประเทศ ที่มีการเติบโตอย่างโดดเด่น ทั้งใน เวียดนาม อินโดนีเซีย และอินเดีย ซึ่งส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
สำหรับกลยุทธ์การขับเคลื่อนธุรกิจในต่างประเทศ บริษัทมุ่งเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักที่มีศักยภาพสูงและทำกำไรได้ดี โดยเฉพาะกลุ่ม Flavour และ Food Coating ควบคู่ไปกับการเสริมความแข็งแกร่งในอินโดนีเซียและอินเดีย เพื่อเพิ่มความสามารถในเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ การขยายฐานธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศถือเป็นหัวใจสำคัญในการกระจายความเสี่ยงและสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่มีการเติบโตจำกัดและการแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้น โดยกลยุทธ์ดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดการพึ่งพาตลาดในประเทศ แต่ยังช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจในระยะยาวส่งผลให้บริษัทมีความมั่นใจว่า ภาพรวมผลการดำเนินธุรกิจในปี 2569 จะสามารถเติบโตได้ดีกว่าปี 2568 จากแรงหนุนของคำสั่งซื้อทั้งในและต่างประเทศ
ด้าน พ.ท.พญ.จัณจิดา รัตนภูมิภิญโญ กรรมการบริษัท กล่าวถึงแผนขยายการผลิตในจีนว่า บริษัทใช้งบลงทุน 150 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างโรงงานและติดตั้งเครื่องจักร ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมพื้นที่สำหรับผลิตเกล็ดขนมปังและพรีมิกซ์ในกลุ่ม Food Coating โดยคาดว่าก่อสร้างจะแล้วเสร็จ ประมาณปลายปี 2569 ก่อนจะทดลองเดินเครื่องและขอใบอนุญาตจากรัฐบาลจีน เพื่อให้สามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ ได้ในปี 2570
ส่วนโรงงานที่อินโดนีเซีย อยู่ระหว่างการเตรียมพื้นที่ เพื่อรองรับความต้องการที่เติบโตขึ้นในตลาดอินโดนีเซีย ขณะที่โรงงานเวียดนาม ได้ปรับแผนการผลิต เพื่อรองรับการส่งออกสินค้าไปจำหน่ายยังตลาดกัมพูชา ช่วยเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงงานเวียดนามให้มีประสิทธิภาพสูง
ยอดนิยม
ค่าเงินบาทวันนี้ 16 กันยายน 2569
SPTX รุกธุรกิจคลินิกความงามเต็มตัว เข้าซื้อกิจการ เครือข่ายความงามชื่อดัง "รัสมิ์ภูมิคลินิก" ด้วยหุ้นและเงินสดมูลค่ารวม 1,195 ล้านบาท