กระดานข่าว

CREDIT มั่นใจพอร์ตสินเชื่อปีนี้แตะ 2 แสนลบ. ดัน NIM อยู่ในกรอบ 7.5-8% ROE แตะ 20%


28 สิงหาคม 2569

mr-roy-agustinus-gunara.png

บมจ.ธนาคารไทยเครดิต (CREDIT) เดินหน้าช่วยลูกค้า SMEsและรายย่อย มั่นใจพอร์ตสินเชื่อรวมปี 69 โต Double Digit แตะ 2 แสนลบ. คุม NPL ไม่เกิน 4.5% พร้อมดัน NIM อยู่ที่ 7.5-8% และ ROE ขยับเข้าใกล้ 20% พัฒนา Core Banking เสริมศักยภาพการเติบโตระยะยาว

นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ธนาคารไทยเครดิต (CREDIT) กล่าวถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในครึ่งปีหลัง โดยมั่นใจสินเชื่อทั้งปีทำได้ตามเป้าหมายแตะที่ระดับ 200,000 ล้านบาท หรือเติบโตในอัตราสองหลัก (Double Digit)  โดยธนาคารจะเน้นเติบโตมั่นคงและยั่งยืน  ไม่ปล่อยกู้เกินความจำเป็นของลูกค้า เพื่อรักษาเสถียรภาพ

ด้านส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ก็เชื่อว่าจะกลับเข้าสู่เป้าหมายที่ 7.5% - 8.0% ในครึ่งปีหลัง และผลักดัน อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ให้เติบโตจาก 16.1% ในครึ่งปีแรกไปแตะที่ 20% รวมทั้งควบคุมอัตราส่วนค่าใช้จ่าย ต่อรายได้ (Cost to Income Ratio: CIR) ให้อยู่ในกรอบทั้งปีที่ 42.0 - 44.0% จากครึ่งปีแรกอยู่ที่ 43.2% และรักษาเสถียรภาพของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) ทั้งปีให้ไม่เกิน 4.5% จากครึ่งปีแรกอยู่ที่  4.3%

โดยใช้กลยุทธ์เชิงรุกผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่แข็งแกร่ง เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี (MSME) รวมถึงสินเชื่อนาโนและไมโครเครดิต (Nano and Micro Credit) ให้เติบโตอย่างมั่นคง

นอกจากนี้ธนาคารเตรียมเปิดตัวระบบ Core Banking ใหม่ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและบริหารต้นทุน ในระยะยาว พร้อมทั้งเดินหน้าสานต่อโครงการให้ความรู้ทางการเงิน เพื่อปลูกฝังวินัยทางการเงินและช่วย ลดความเสี่ยง NPL ในพอร์ตสินเชื่อได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้การเติบโตของธนาคารจะต่อยอดความสำเร็จจาก 4 ผลงานหลัก ได้แก่ 

1. การเติบโตของสินเชื่ออย่างแข็งแกร่ง (Strong Growth): ประสบความสำเร็จในการผลักดันสินเชื่อเติบโตตามเป้าหมาย โดยสินเชื่อปล่อยใหม่ขยายตัว 13.1% YoY สู่ระดับ 194,080.5 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าเปิดตัวศูนย์ธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี (MSME Business Center) ใหม่ 6 แห่ง ในจังหวัดยุทธศาสตร์สำคัญทั่วประเทศ เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือของผู้ประกอบการ SME ในระดับภูมิภาคให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

2. การปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มอัตราผลตอบแทน (Improved NIM): เดินหน้าเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผลตอบแทนและการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ได้แก่ สินเชื่อ ‘SME กล้าช่วย’ สำหรับผู้ประกอบการมีที่ดินเปล่าหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง, ‘SME กล้าสู้’ ที่ใช้โมเดล Risk-Based Pricing, รวมถึงผลิตภัณฑ์ “Micro Max” ที่ขยายวงเงินสินเชื่อครอบคลุมกลุ่มผู้ค้าส่งและค้าปลีกทั่วประเทศ ควบคู่กับแรงหนุนจากพอร์ตสินเชื่อบุคคล (Personal Loan) ที่ยังคงเติบโตได้ อย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง

3. การเสริมพลังและสนับสนุนผู้ประกอบการ MSME (MSME Expowerment): ขยายโอกาส การเข้าถึงเงินทุนเพื่อปลดล็อกศักยภาพธุรกิจ และโอกาสการเติบโตใหม่ๆ ให้แก่เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก พร้อมขานรับและขับเคลื่อนมาตรการ ‘Quick Big Win’ ของภาครัฐอย่างเต็มกำลัง เพื่อส่งผ่านความช่วยเหลือทางการเงินสู่ผู้ประกอบการได้อย่างตรงจุดและทันท่วงที

4. การรักษาเสถียรภาพและคุณภาพสินทรัพย์ (Stable NPL and Asset Quality): ยกระดับกระบวนการคัดกรองลูกหนี้และคุณภาพการเปิดบัญชีใหม่ ควบคู่กับการบริหารจัดการหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อควบคุมและรักษาเสถียรภาพของ NPL ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและยั่งยืน