กระดานข่าว

อินโดรามา เวนเจอร์ส เสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้าน PET หมุนเวียน


19 สิงหาคม 2569

Aloke-L.jpg


บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ผ่านกลุ่มธุรกิจ Indovida ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ของอินโดรามา เวนเจอร์ส กับบริษัท ซันโทรี โฮลดิ้งส์ จำกัด บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท อิวาตานิ คอร์ปอเรชั่น  (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อนำบรรจุภัณฑ์ PET หมุนเวียนเชิงพาณิชย์มาสู่ประเทศไทย ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับแพลตฟอร์มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ปลายน้ำของอินโดรามา เวนเจอร์ส พร้อมตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านโซลูชันบรรจุภัณฑ์หมุนเวียนของบริษัทฯ

ความร่วมมือดังกล่าวจะนำเทคโนโลยีรีไซเคิลโดยตรงจากเกล็ดพลาสติกสู่พรีฟอร์ม (Flake-to-Preform™ หรือ FtoP) เข้ามาใช้ในประเทศไทยผ่านบริษัท อินโดวิดา (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนที่ก่อตั้งโดย อินโดรามา เวนเจอร์ส และอิวาตานิ คอร์ปอเรชั่น โดยเป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่างซันโทรี่และบริษัทพันธมิตรอีกสามแห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัท เคียวเอ อินดัสทรีส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทรีไซเคิลจากประเทศญี่ปุ่น ทั้งนี้ เทคโนโลยี FtoP ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรช่วยให้สามารถผลิตพรีฟอร์ม PET ได้โดยตรงจากขวด PET รีไซเคิล ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรีไซเคิล ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังนับเป็นการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และคาดว่าจะสามารถผลิตพรีฟอร์ม PET รีไซเคิลเทียบเท่ากับขวด PET ประมาณ 400 ล้านขวดต่อปี โดยจะเริ่มจัดส่งพรีฟอร์มให้แก่ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) ตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป

อินโดรามา เวนเจอร์ส เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งให้กับแพลตฟอร์มธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรผ่านกลุ่มธุรกิจ Indovida ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญด้าน PET, PET รีไซเคิล และการผลิตบรรจุภัณฑ์ เข้ากับเทคโนโลยีที่มีความแตกต่างและความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ โดยความร่วมมือครั้งนี้ช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านบรรจุภัณฑ์หมุนเวียนของบริษัทฯ ในประเทศไทย และสร้างแพลตฟอร์มเพื่อต่อยอดโอกาสในอนาคตทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตอกย้ำกลยุทธ์การเติบโต IVL 2.0 ของบริษัทฯ ขณะที่สนับสนุนความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนของลูกค้าอีกด้วย

ทั้งนี้พันธมิตรแต่ละรายได้นำขีดความสามารถที่ส่งเสริมซึ่งกันและกันตลอดห่วงโซ่คุณค่าของบรรจุภัณฑ์มาร่วมในโครงการ โดยอินโดรามา เวนเจอร์ส นำความเชี่ยวชาญด้าน PET รีไซเคิล การบูรณาการด้านวัสดุ และการผลิตบรรจุภัณฑ์มาสนับสนุน ส่วนซันโทรีนำเทคโนโลยีรีไซเคิล FtoP และองค์ความรู้ด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นในประเทศญี่ปุ่นมาร่วม ขณะที่อิวาตานินำความเชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรม ตลอดจนความร่วมมือที่มีมาอย่างยาวนานกับซันโทรี และ ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จะเป็นลูกค้าเชิงพาณิชย์รายแรกของอินโดรามา เวนเจอร์ส ที่นำพรีฟอร์ม PET รีไซเคิลซึ่งผลิตจากโครงการนี้ไปใช้ 

นายจุน อาซากิ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความยั่งยืน ซันโทรี่ โฮลดิ้งส์ กล่าวว่า “เรามองว่าการนำเทคโนโลยี FtoP มาใช้ในประเทศไทยครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการขยายการใช้ขวด PET ที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของกลุ่มบริษัทซันโทรี่ เรามุ่งส่งเสริมการใช้ขวด PET ในฐานะโซลูชันบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนในประเทศไทยและทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อมีส่วนช่วยสร้างสังคมหมุนเวียนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม”

นายเคนจิ โมโตโอริ กรรมการบริษัท อิวาตานิ คอร์ปอเรชั่น กล่าวเสริมว่า “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เริ่มต้นโครงการนี้ร่วมกับกลุ่มบริษัทซันโทรี่ เพื่อผลักดันการนำเทคโนโลยี FtoP มาใช้ในเชิงพาณิชย์ในประเทศไทย เราจะสนับสนุนโครงการนี้ผ่านบริษัทร่วมทุนของเรากับอินโดรามา เวนเจอร์ส โดยสร้างความมั่นใจว่าจะสามารถจัดหาพรีฟอร์ม PET รีไซเคิลคุณภาพสูงได้อย่างต่อเนื่องและเชื่อถือได้ และเราจะเดินหน้าทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรของเรา เพื่อมีส่วนช่วยสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน”

นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของอินโดรามา เวนเจอร์ส ในการยกระดับเคมีภัณฑ์เพื่ออนาคตที่มีความหมุนเวียนมากขึ้น ด้วยการผลักดันบรรจุภัณฑ์ PET หมุนเวียนในประเทศไทยและระดับสากล การผสานห่วงโซ่คุณค่า PET แบบครบวงจรของเราเข้ากับเทคโนโลยีรีไซเคิลระดับโลก และพันธมิตรที่แข็งแกร่งในอุตสาหกรรม เรากำลังขยายขีดความสามารถในการส่งมอบโซลูชันบรรจุภัณฑ์หมุนเวียนที่มีความโดดเด่น พร้อมเสริมความแข็งแกร่งให้กับแพลตฟอร์มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ปลายน้ำของเรา ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ IVL 2.0 ของเราในการสร้างธุรกิจชั้นนำในตลาด ผ่านความร่วมมือที่มุ่งเน้นเฉพาะด้าน นวัตกรรม และการลงทุนอย่างมีวินัย เพื่อสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ลูกค้า ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ ของเรา”

โครงการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของเหล่าพันธมิตรในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มการใช้ PET รีไซเคิล เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร และลดการพึ่งพาวัสดุที่ผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยพันธมิตรทั้งหมดกำลังแสดงให้เห็นว่าความร่วมมือตลอดห่วงโซ่คุณค่าสามารถช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่โซลูชันบรรจุภัณฑ์ที่มีความยั่งยืนมากขึ้นได้อย่างไร