กระดานข่าว

ศิครินทร์ ขึ้นแท่นหุ้นยั่งยืน คว้า “ESG100” 6 ปีซ้อน ตอกย้ำโมเดลธุรกิจโตคู่สังคม-สิ่งแวดล้อม-ธรรมาภิบาล


17 สิงหาคม 2569

1.jpg

บมจ.ศิครินทร์ ติดทำเนียบหลักทรัพย์
ESG100 ที่มีผลดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ปี 2569 จากสถาบันไทยพัฒน์ ต่อเนื่อง 6 ปีซ้อน สะท้อนโมเดลธุรกิจเน้นการเติบโตคุณภาพแบบยั่งยืน ภายใต้ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล

นายเสนีย์ จิตตเกษม ประธานกรรมการ บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SKR ผู้ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ เปิดเผยว่า ล่าสุดบริษัทฯได้รับคัดเลือกเป็น 1 ในบริษัทหลักทรัพย์ ESG100 กลุ่มบริการ/การแพทย์ ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 นับตั้งแต่ปี 2564 (พ.ศ.2564-2569) จากสถาบันไทยพัฒน์ ที่ได้มีการคัดเลือกจากทั้งหมด 931 หลักทรัพย์จดทะเบียน ตอกย้ำโมเดลธุรกิจมุ่งเดินหน้าสร้างการเติบโตแบบมีคุณภาพและยั่งยืน ด้วยการมีระบบกำกับดูแลกิจการที่ดี และระบบบริหารจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ ภายใต้การคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (Environmental, Social and Governance : ESG)

โดยบริษัทฯได้บูรณาการหลักการความยั่งยืนเข้าในทุกกิจกรรม และกระบวนการตัดสินใจ เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพที่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเดินหน้าดำเนินโครงการ Sikarin Connect หรือโรงพยาบาลเคลื่อนที่ เพื่อช่วยให้ประชาชนในชุมชนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้สะดวกขึ้น ลดต้นทุน และระยะเวลาในการเดินทาง พร้อมเพิ่มโอกาสในการตรวจพบความเสี่ยงทางสุขภาพตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันและนโยบาย Healthy Thailand ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพก่อนเกิดภาวะเจ็บป่วยรุนแรง รวมถึงโครงการสนับสนุนบริการตรวจสุขภาพและการรักษาในราคาที่เข้าถึงได้

นอกจากนี้ บริษัทฯยังแสดงถึงการมีส่วนร่วมในการเป็นพลเมืองโลกที่ช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ด้วยการยกระดับการดำเนินงานตามกรอบ ESG ที่มุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงาน เช่น การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ของโรงพยาบาลศิครินทร์ กรุงเทพ ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 147.96 เมกะวัตต์-ชั่วโมง และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 70.28 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เป็นการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินงานของโรงพยาบาลอย่างเป็นรูปธรรม

“ปัจจุบันธุรกิจโรงพยาบาลเผชิญความท้าทายหลากหลายด้าน ซึ่งบริษัทได้ตระหนักถึงความเสี่ยงดังกล่าวเป็นอย่างดี จึงมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลให้การบริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ขององค์กร ด้วยการบูรณาการประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เข้ากับกระบวนการกำหนดนโยบาย การวางแผนธุรกิจ และการติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การเติบโตของบริษัทฯ เป็นไปอย่างมั่นคงและรับผิดชอบ” นายเสนีย์ กล่าว

ทั้งนี้ สถาบันไทยพัฒน์ ได้ดำเนินการรวบรวมและเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้าน ESG ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 12 ในปี 2569 ซึ่งเป็นการประเมินอย่างเป็นอิสระในฐานะหน่วยงานภายนอก โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะ เทียบกับชุดตัวชี้วัดด้าน ESG ตามเกณฑ์และหลักการภายใต้แนวทางการประเมินและมาตรฐานการรายงานด้านความยั่งยืนซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล อาทิ WFE, GRI, IFRS, UN PRI

SKR