
บมจ. ไทย โคโคนัท หรือ COCOCO เผยครึ่งปีแรกโกยกำไร 205.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.24% เหตุผลิตภัณฑ์กะทิและอาหารสัตว์เลี้ยง แถบในภูมิภาคอเมริกาและยุโรปโตเด่น พร้อมปรับกลยุทธ์ด้านราคาให้สอดคล้องกับภาวะตลาด ส่วนงวด 6 เดือนแรกปี 2569 ทำรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 3,214.33 ล้านบาท โดยรายได้ในประเทศโต 13.12% หลังขยายฐานลูกค้าและช่องทางค้าปลีก-เดินหน้ารุกผ่านช่องทางร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven พร้อมเดินหน้าลงทุนผ่านบริษัทย่อย NOVOCOCONUT INC. ในฟิลิปปินส์ เพิ่มศักยภาพการผลิตและลดความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน รองรับการเติบโตระยะยาว ควบคู่บริหารต้นทุน - กระจายตลาดและฐานลูกค้า รักษาความสามารถการแข่งขันอย่างยั่งยืน
ดร.วรวัฒน์ ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO กล่าวว่า สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ เท่ากับ 205.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.24% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า และบริษัทฯ มีกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 2 ปี 2569 เท่ากับ 122.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.51% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เพิ่มขึ้น 48.61% การเติบโตของกำไรดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนจากกำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น ตามการเติบโตของยอดขายผลิตภัณฑ์กะทิและอาหารสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะในภูมิภาคอเมริกาและยุโรป ประกอบกับการปรับกลยุทธ์ด้านราคาให้สอดคล้องกับภาวะตลาด ต้นทุนวัตถุดิบมะพร้าวที่ลดลง และประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการขายไปยังกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีความสามารถในการทำกำไรสูงขึ้นยังมีส่วนสนับสนุนให้อัตรากำไรโดยรวมปรับตัวดีขึ้น
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการ 3,214.33 ล้านบาท โดยมี รายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์กะทิและผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงยังคงเติบโต ทั้งนี้ รายได้จากการขายและบริการสามารถแบ่งตามตลาดในประเทศและต่างประเทศได้ และบริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการสำหรับไตรมาส 2 ปี 2569 เท่ากับ 1,726.93 ล้านบาท โดยรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์กะทิและผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงปรับตัวเพิ่มขึ้น จากคำสั่งซื้อของลูกค้าเดิมและการขยายฐานลูกค้าในตลาดต่างประเทศ ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากการลดลงของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าว
บริษัทฯ มีอัตรากำไรขั้นต้นจากรายได้จากการขายและบริการสำหรับไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 24.14% เพิ่มขึ้นจาก 17.10% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นจาก 22.56% ในไตรมาสก่อนหน้า และสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทฯ มีอัตรากำไรขั้นต้นจากรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 23.41% เพิ่มขึ้นจาก 17.51% ในงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการเติบโตของยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์กะทิและผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงในภูมิภาคอเมริกาและยุโรป จากการบริหารจัดการต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และต้นทุนวัตถุดิบมะพร้าวที่ปรับตัวลดลง ขณะที่ปริมาณการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้นช่วยสนับสนุน Economy of Scale และ Operating Efficiency ให้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น
ดร.วรวัฒน์ กล่าวต่อว่า บริษัทฯ ยังเห็นโอกาสการเติบโตจากแนวโน้มความต้องการบริโภคผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในตลาดต่างประเทศที่ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าว รวมถึงการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการขยายตัวของรายได้ในระยะยาว ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการบริหารความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ผ่านการบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ การบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การบริหารจัดการวัตถุดิบ การกระจายฐานลูกค้าและตลาดส่งออก ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายตลาดในภูมิภาคหลัก ได้แก่ อเมริกา ยุโรป และเอเชีย พร้อมทั้งลงทุนผ่านบริษัทย่อยในประเทศฟิลิปปินส์ภายใต้ชื่อ NOVOCOCONUT INC. เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและลดความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน ให้รองรับการเติบโตในระยะยาว โดยคาดว่าโครงการดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปี 2569 ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการบริหารต้นทุน การกระจายตลาดและฐานลูกค้า เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน
ยอดนิยม
TCAP กำไร Q2/2569 โต 24% Q-Q แตะ 2.64 พันล้านบาท หนุนครึ่งปีแรกกำไรเพิ่ม 26% Y-Y
WHA Group โชว์ผลงานไตรมาส 2 ปี 69 โดยธุรกิจโลจิสติกส์-น้ำ-ไฟฟ้า เติบโตโดดเด่น
WHAUP โชว์กำไร Q2/69 โตเด่น 276% YoY แตะ 532 ล้านบาท รับอานิสงส์ยอดใช้น้ำ-ไฟฟ้าพุ่ง
ITEL เผย Q2/69 รายได้ 711 ลบ. เดินหน้ารุก Connectivity รับ Data Center–AI ขยายตัว ดัน Recurring Revenue