GULF ชูความเชี่ยวชาญด้านพลังงานสะอาด ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ ม.มหิดล เสริมแกร่งการวิจัยพัฒนา ‘Nature-based Innovation’

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เดินหน้าพันธกิจด้านความยั่งยืน จับมือ อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล สนับสนุนการปรับปรุงหลังคา และติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) มูลค่า 3.6 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในพื้นที่อุทยานฯ มุ่งยกระดับงานวิจัยด้านสมุนไพรไทยสู่ระดับอุตสาหกรรม และสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ให้กับกลุ่มเด็กที่มีความเปราะบางและประชาชนทั่วไป
นางสาวอำนวยพร ประกอบนพเก้า กรรมการผู้จัดการ บริษัท กัลฟ์1 จำกัด (ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับภาคธุรกิจ อุตสาหกรรมและที่อยู่อาศัย) และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “GULF มีความมุ่งมั่นในการนำความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์มาสร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างยั่งยืน โดยการติดตั้งระบบ Solar Rooftop ณ อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดในภาคการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับพืชสมุนไพร พืชหายาก รวมถึงเพิ่มโอกาสทางการเรียนรู้ให้กลุ่มเด็กที่มีความเปราะบาง ผ่านกิจกรรมห้องเรียนธรรมชาติบำบัด เยียวยา และส่งเสริมพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัยเท่านั้น ยังเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ของ GULF ในการสนับสนุนและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ เพื่อเชื่อมต่อพลังงานสะอาดเข้ากับเครือข่ายทางสังคม โดยเฉพาะชุมชนในพื้นที่ห่างไกล หรือชุมชนที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึงอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนแหล่งเรียนรู้และสถาบันการศึกษา ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เป็นศูนย์กลางถ่ายทอดความรู้และทักษะต่าง ๆ ผลิตกำลังแรงงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ”
“ระบบ Solar Rooftop ที่ GULF เข้าไปดำเนินการติดตั้ง จะครอบคลุมพื้นที่อาคารหลัก 2 แห่ง ได้แก่ อาคารวิจัยและพิพิธภัณฑ์พืช และอาคารสัมมนา โดยเริ่มจ่ายกระแสไฟฟ้าตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา คาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้ประมาณ 69 ตันต่อปี หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ใหญ่กว่า 3,153 ต้นต่อปี และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้อุทยานสิรีรุกขชาติได้กว่า 5.5 แสนบาทต่อปี หวังเป็นอย่างยิ่งว่าระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ GULF เข้ามาติดตั้งในครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนภารกิจด้านงานวิจัย และส่งต่อพลังงานดี ๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ด้านธรรมชาติวิทยาของเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปที่เข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่แห่งนี้ต่อไป”
ด้าน รศ.ดร.ณัฏฐนียา โตรักษา ผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งสถาบันอุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 140 ไร่ เป็นแหล่งรวบรวมพืชสมุนไพรที่มีคุณค่าและหายากมากที่สุดในประเทศไทยกว่า 1,000 ชนิด มีพันธกิจสำคัญในการเป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพพืชสมุนไพรและการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศธรรมชาติอย่างครบวงจร เพื่อยกระดับสุขภาวะของมนุษย์และส่งเสริมเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio-economy) ผ่านการบูรณาการข้ามศาสตร์และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ทั้งด้านการวิจัยการศึกษา และบริการวิชาการ”
“การเข้ามาติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ของ GULF ครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการพัฒนาอุทยานฯ สู่การเป็น ‘Nature-based Innovation Lab’ ที่ดึงดูดนักวิจัยและพันธมิตรจากหลากหลายสาขาให้เข้ามาใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในการทดลองและพัฒนานวัตกรรม โดยเฉพาะในส่วนของอาคารวิจัยและพิพิธภัณฑ์พืช ซึ่งเป็น One Stop Service สำหรับการวิจัยสมุนไพร ตั้งแต่การระบุชนิดพืช ตรวจสอบพันธุกรรม ไปจนถึงการผลิตสายพันธุ์ที่ทนทานต่อโรคเพื่อส่งต่อสู่ภาคอุตสาหกรรม โดยพลังงานสะอาดเข้ามาช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานและสร้างภาพลักษณ์องค์กรสีเขียวที่สอดรับกับทิศทางการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก”
“นอกจากมิติด้านนวัตกรรมแล้ว การสนับสนุนของ GULF ในครั้งนี้ยังส่งผลกระทบเชิงบวกต่อมิติด้านสังคม โดยที่อาคารสัมมนา ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ‘ห้องเรียนศูนย์สมานใจ’ หรือ ‘โครงการศูนย์สมานใจปฐมวัยสาธิต สู่การพัฒนาระบบคุ้มครองเด็กท้องถิ่น (Center for Early Childhood Trauma and Resilience)’ เพื่อพัฒนาการกลุ่มเด็กที่มีความเปราะบางทางสังคมด้วยระบบ Inclusive Care ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มูลนิธิรามาธิบดี กรมกิจการเด็กและเยาวชน บ้านพักเด็กและครอบครัวกรุงเทพมหานคร อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ โดยเป็นห้องเรียนธรรมชาติบำบัดที่ออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูเด็กที่มีภาวะความเครียดเป็นพิษ (Toxic Stress) หรือมีบาดแผลทางใจ ให้สามารถเรียนรู้และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีสุขภาวะที่ดี ปัจจุบันมีเด็กและบุคลากรใช้ประโยชน์จากอาคารสัมมนาแห่งนี้ประมาณ 120 – 150 คน หรือ 3,000 คนต่อเดือน”
“ที่สำคัญการสนับสนุนของ GULF ยังช่วยให้อุทยานฯ สามารถขยายโอกาสในการเข้าถึงพื้นที่ให้แก่สาธารณชนได้มากขึ้น โดยสามารถเปิดพื้นที่ให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติและพฤกษศาสตร์ได้ฟรี 2 ช่วงเวลา คือ ช่วงเช้า เวลา 06.00 – 08.29 น. และช่วงเย็น เวลา 16.31 – 18.00 น. จากเดิมที่ต้องเสียค่าเข้าชมตลอดทั้งวัน โดยในปีที่ผ่านมามีผู้เข้าใช้บริการกว่า 100,000 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง” รศ.ดร.ณัฏฐนียา ทิ้งท้าย
ความร่วมมือระหว่าง GULF และมหาวิทยาลัยมหิดลในครั้งนี้ ถือเป็นการบูรณาการความรู้ความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ และองค์ความรู้ด้านวิชาการ เพื่อสร้างต้นแบบสถาบันการเรียนรู้ที่ยั่งยืน ซึ่งให้ผลลัพธ์ครอบคลุมทั้งด้านการดูแลและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การส่งเสริมงานวิจัยระดับชาติ และการพัฒนาศักยภาพแก่เด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบาง เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงให้สังคมไทยต่อไป
ยอดนิยม
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขยายโอกาสให้คนไทยเข้าถึงพันธบัตรรัฐบาล เริ่มต้นเพียง 1,000 บาท เปิดจอง "ออมพลัส" 3–5 ส.ค. นี้
ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับ กสทช. ลงพื้นที่หาดใหญ่ ยกระดับความพร้อมโครงข่ายสื่อสารรับมือภัยพิบัติ
ถอดรหัสสมการโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี เมื่อ ‘เสถียรภาพพลังงานไทย’ ต้องเดินหน้าคู่ขนาน ‘สิ่งแวดล้อมยั่งยืน’
ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผนึกกำลังภาครัฐ หนุนผู้ประกอบการเริ่มต้นธุรกิจ ผ่านโครงการ "ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส"