FETCO ประกาศวิสัยทัศน์ "พัฒนาตลาดทุนไทยสู่การเป็นตลาดทุนระดับโลก" มุ่งสู่ผู้นำตลาดทุนอาเซียน

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) แถลงวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การดำเนินงานของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย โดยประกาศทิศทางการพัฒนาตลาดทุนไทยในระยะยาว ภายใต้แนวคิด "พัฒนาตลาดทุนไทยสู่การเป็นตลาดทุนระดับโลก" เพื่อให้ตลาดทุนเป็นกลไกสำคัญในการจัดสรรเงินลงทุน ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นประเทศรายได้สูง พร้อมได้รับการยอมรับในระดับสากลด้านนวัตกรรม ความโปร่งใส ความเป็นธรรม และธรรมาภิบาล
นายไพบูลย์กล่าวว่า ตลาดทุนไทยมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งในด้านการระดมทุน การออม และการจัดสรรเงินลงทุน แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดทุนไทยต้องเผชิญกับความท้าทายจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และพฤติกรรมของนักลงทุนที่เปลี่ยนไป ดังนั้น การยกระดับตลาดทุนไทยจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศตลาดทุนให้มีความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล
เป้าหมายระยะสั้น (2569–2571)
ในช่วงการดำรงตำแหน่งประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย สภาฯ ตั้งเป้าหมายให้ตลาดทุนไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น โดยมีสภาพคล่องระยะยาวและฐานนักลงทุนที่เข้มแข็ง มีกฎเกณฑ์ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล มีผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่ และมีระบบนิเวศตลาดทุนที่ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุน และสนับสนุนการระดมทุนของภาครัฐและภาคเอกชนในการยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจของประเทศ
ยุทธศาสตร์ 5 ด้าน เพื่อยกระดับตลาดทุนไทย
เพื่อผลักดันเป้าหมายดังกล่าว สภาธุรกิจตลาดทุนไทยจะดำเนินงานภายใต้ ยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ประกอบด้วย
1. Demand Side: ขยายฐานผู้ลงทุน
มุ่งสร้างฐานนักลงทุนระยะยาวของประเทศ ผ่านการส่งเสริมวัฒนธรรมการลงทุนด้วยโครงการ TISA ผลักดันการจัดตั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ ดึงดูดเงินลงทุนระยะยาวจากกองทุนต่างชาติและผู้มีความมั่งคั่งสูง (Global HNW) ตลอดจนสร้างแรงจูงใจให้เงินลงทุนของคนไทยในต่างประเทศไหลกลับเข้าสู่ตลาดทุนไทย รวมถึงผลักดันการแก้ไขกฎหมายเพื่อขยายโอกาสการลงทุนของภาคเอกชน
2. Supply Side: เพิ่มศักยภาพและความน่าสนใจของตลาดทุน
พัฒนาผลิตภัณฑ์และกลไกการระดมทุนให้ตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่ ผ่านการเพิ่มสภาพคล่องของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุนให้กิจการในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ผลักดันสิทธิประโยชน์สำหรับบริษัทในโครงการ Jump+ เพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุนของ SMEs ขนาดใหญ่ และปรับปรุงกฎหมายเพื่อรองรับการระดมทุนของบริษัทเทคโนโลยี
3. Ecosystem & Infrastructure: พัฒนาโครงสร้างตลาดทุนและลดอุปสรรค
ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุน ผ่านการเชื่อมโยงตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล การพัฒนาระบบข้อมูลกลางด้านการลงทุน การจัดตั้ง SME Credit Scoring Agency และการปรับปรุงกฎหมายทรัสต์ เพื่อรองรับการบริหารและวางแผนทรัพย์สินในอนาคต
4. Trust & Confidence: ยกระดับธรรมาภิบาลและความเชื่อมั่น
ผลักดันการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด การกำกับดูแลเชิงรุก การจัดตั้งศาลตลาดทุน การแก้ไขกฎหมายล้มละลาย และการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับการคุ้มครองผู้ลงทุน
5. Investor Relations: ยกระดับการสื่อสารกับนักลงทุน
ผลักดันการจัด Government Outbound Roadshow เพื่อประชาสัมพันธ์ตลาดทุนไทยสู่ผู้ลงทุนทั่วโลก จัดกิจกรรม "ตลาดทุนพบภาครัฐ" อย่างสม่ำเสมอเพื่อสร้างความเชื่อมั่น จัดทำและเผยแพร่ดัชนี FETCO Investor Confidence Index ทุกเดือน และร่วมให้ข้อมูลเศรษฐกิจและการลงทุนผ่านเวทีสำคัญทั้งในประเทศและต่างประเทศ
เป้าหมายระยะกลาง : ผู้นำตลาดทุนอาเซียน ภายในปี 2575
สภาธุรกิจตลาดทุนไทยตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น ผู้นำตลาดทุนในอาเซียน ทั้งด้านการระดมทุน สภาพคล่อง ฐานนักลงทุน และนวัตกรรมทางการเงิน เป็นตลาดทุนที่บริษัทคุณภาพในภูมิภาคเลือกเข้าจดทะเบียน สามารถดึงดูดเงินลงทุนระยะยาวจากทั่วโลก พร้อมเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นประเทศรายได้สูง
เป้าหมายระยะยาว : ตลาดพัฒนาแล้ว ภายในปี 2583 (Vision 2040)
ในระยะยาว สภาธุรกิจตลาดทุนไทยมุ่งหวังให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น ตลาดพัฒนาแล้ว (Developed Market) ที่มีระบบนิเวศตลาดทุนเข้มแข็งและได้มาตรฐานโลก มีความลึกและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ มีสภาพคล่องที่มั่นคงและฐานนักลงทุนที่แข็งแกร่ง มีการเข้าถึงที่สะดวกและเป็นสากล พร้อมยึดมั่นในหลักความโปร่งใส ธรรมาภิบาล และความยั่งยืน เพื่อเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจไทย และรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในฐานะประเทศรายได้สูงอย่างยั่งยืน
นายไพบูลย์กล่าวทิ้งท้ายว่า "การมีตลาดทุนที่เข้มแข็งไม่ใช่เพียงเป้าหมายของภาคตลาดทุน หากแต่เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพของประเทศ หากประเทศไทยต้องการก้าวสู่ประเทศรายได้สูงและสามารถแข่งขันได้ในเศรษฐกิจโลก ตลาดทุนไทยจำเป็นต้องพัฒนาให้ทันสมัย โปร่งใส มีนวัตกรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ”
ยอดนิยม
SAWAD ยัน “จงฮั่น ไซ” ลาออกจากบอร์ดไม่กระทบแผนงาน มั่นใจกลุ่มทุนไต้หวันไม่ทิ้งหุ้น จับมือเป็นพันธมิตรสร้างการเติบโต
CPW เดินหน้ารุกตลาดไอที! เปิดร้าน Xiaomi Store 4 สาขาใหม่ ปักหมุดทำเลทองเข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์
“หยวนต้า” เปิดเกมรุกตลาดหุ้นโลก ส่ง 11 DR ใหม่รับเมกะเทรนด์ ชูยุทธศาสตร์พอร์ตสมดุล เริ่มซื้อขาย 7 ก.ค. นี้
ไทยพร้อมเต็มร้อยเจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 โชว์ศักยภาพไทยบนเวทีโลก