
ราคาหุ้น AOT ปิดตลาดภาคเช้าไปที่ 60.75 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 2.75 บาท หรือคิดเป็น +4.74% นำทีมกลุ่มท่องเที่ยววิ่งคึกคักตลอดทั้งวัน แม้ในแง่ของผลประกอบการ บล.ทิสโก้ จะคาดการณ์ว่า AOT จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3 ปีงบประมาณ 2026 (หรือไตรมาส 2 ตามปีปฏิทิน) อยู่ที่ 3.2 พันล้านบาท ซึ่งชะลอตัวลง 17% YoY และ 44% QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล (Low Season) โดยยังคงคำแนะนำ "ถือ" ที่มูลค่าเหมาะสม 54.00 บาท
ทั้งนี้สาเหตุที่ราคาหุ้นวิ่งแรงสวนทางกับกำไรระยะสั้นที่ชะลอตัว มาจาก 3 ปัจจัยบวกสำคัญ ที่เข้ามาจุดพลุแรงเก็งกำไรในอนาคต ดังนี้
1. รับลูกมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวระลอกใหม่
• ตลาดตอบรับเชิงบวกหลังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมผลักดันบิ๊กโปรเจกต์กระตุ้นเศรษฐกิจและการเดินทาง:
• โครงการ Co-payment: โมเดลคล้าย "เที่ยวคนละครึ่ง" ดึงคนไทยให้ออกเดินทางและใช้จ่ายในประเทศมากขึ้น
• แคมเปญ "ตั๋วบิน 1 แถม 1": จูงใจต่างชาติให้บินข้ามแทร็ก ขยายการเดินทางไปสู่เมืองรอง
2. ดีเดย์อัปเกรดค่า PSC หนุนกระแสเงินสดระยะยาว
ไตรมาสนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญหลัง AOT เริ่มปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ (PSC) ของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง จากเดิม 730 บาท เพิ่มเป็น 1,120 บาทต่อคน โดยมีผลไปแล้วตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา ซึ่งโบรกเกอร์มองว่าจะเริ่มส่งผลบวกชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีนี้ และจะเป็นฐานรายได้สำคัญที่ดันกำไรปี 2570 ให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
3. อานิสงส์บาทอ่อนค่า + ท้องฟ้าเปิดทางฝั่งต่างประเทศ
• เงินบาทอ่อนค่า ทะลุสเตดจ์ 33-34 บาทต่อดอลลาร์ กลายเป็นแม่เหล็กชั้นดีที่ช่วยเพิ่มกำลังซื้อและกระตุ้นการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
• สัญญาณฟื้นตัวของเที่ยวบินข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลาง ประกอบกับการปรับลดระดับคำเตือนการเดินทางจากประเทศมหาอำนาจ ช่วยปลดล็อกบรรยากาศการบินระหว่างประเทศให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง