สินทรัพย์ดิจิทัล/ทองคำ

ยักษ์กองทุนเททองไม่ยั้ง แค่เดือนนี้ขายไปแล้ว 11.52 ตัน ท่ามกลางความกังวลดอกเบี้ย


24 มิถุนายน 2569

ยักษ์กองทุนเททองไม่ยั้ง_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

กองทุนทองคํา SPDR ที่วันก่อนหน้าขายออก 4.57 ตัน ภาพรวมเดือนมิถุนายนขายออก 11.52 ตัน สะท้อนว่านักลงทุนยังลดการถือครอง ทองคําท่ามกลางความกังวลเรื่องดอกเบี้ย ผู้เชี่ยวชาญชี้  หากราคาทองคํายังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับ 4,100–4,150 เหรียญ ยังมีโอกาสถูกกดดันต่อ มอง 4,000 เหรียญ จะเป็นแนวรับจิตวิทยาสําคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

บทวิเคราะห์บทวิเคราะห์บริษัท เอ็มทีเอส แคปปิตอล จำกัด เปิดเผยว่า ราคาทองคําปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยช่วงเช้าวันนี้หลุดระดับ 4,100 เหรียญ ลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,090 เหรียญ หลังตลาดกังวลว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ส่งผลให้เกิดแรงเทขาย และการโยกย้ายเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงตามแรงกดดันดังกล่าวเช่นกัน แรงกดดันหลักมาจากดัชนีดอลลาร์ที่ดีดตัวขึ้นต่อเนื่อง หลังตลาดกลับมากังวลต่อทิศทางดอกเบี้ยของเฟด

โดยทําให้เงินทุนไหลกลับเข้าสู่ดอลลาร์ โดยดัชนีดอลลาร์ ได้มีการ Breakout กรอบสะสมในรอบ 1 ปี ปรับตัว ขึ้นสู่ระดับ 101.40 จุด ขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง โดยเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.28 บาทต่อดอลลาร์ 

อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าของเงินบาทช่วยพยุงราคาทองคําไทย ทําให้ปรับตัวลดลงน้อยกว่าทองคําตลาดโลก ขณะที่ในช่วง 5 วันที่ผ่านมา ราคาทองคําตลาดโลกลดลงกว่า 4% ขณะที่ราคาทองคําไทยปรับตัวลดลง ประมาณ 2.4% โดยได้รับแรงพยุงจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าราว 1.5%

ด้านราคา Silver ยังปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยเช้านี้หลุดระดับตํ่าเดิมลงมาอยู่บริเวณ 61.42 เหรียญ สะท้อนแรงกดดันในตลาดโลหะมีค่าโดยรวม ซึ่งสอดคล้องกับภาพของทองคําที่เริ่มเข้าสู่แนวโน้มขาลงทั้ง ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

อีกทั้งแรงกดดันดังกล่าวยังสะท้อนผ่านกองทุนทองคํา SPDR ที่วันก่อนหน้าขายออก 4.57 ตัน ปัจจุบันถือ ครอง 1,017.64 ตัน และภาพรวมเดือนมิถุนายนขายออก 11.52 ตัน สะท้อนว่านักลงทุนยังลดการถือครอง ทองคําท่ามกลางความกังวลเรื่องดอกเบี้ย

ดังนั้นในเชิงเทคนิค ราคาทองคําหลุดแนวรับสําคัญลงมาต่อเนื่อง ทําให้ภาพรวมระยะสั้นเปลี่ยนเป็นขาลงชัดเจนมากขึ้น ขณะที่ แนวโน้มระยะกลางและระยะยาวเริ่มอ่อนแรงตามไปด้วย หลังราคาหลุดระดับสําคัญหลายจุด และแรงขายยังคงกดดันตลาด อย่างต่อเนื่อง 

โดยวิเคราะห์ว่า หากราคาทองคํายังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับ 4,100–4,150 เหรียญ ได้อย่างมั่นคง ภาพรวม ยังมีโอกาสถูกกดดันต่อ โดยระดับ 4,000 เหรียญ จะเป็นแนวรับจิตวิทยาสําคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หากราคาหลุดระดับ ดังกล่าวลงมา อาจเปิด Downside ไปยังโซน 3,500 เหรียญ ซึ่งเป็นบริเวณที่ราคาทองคําเคยสะสมพลังในช่วงเดือนมิถุนายนสิงหาคมของปีก่อน 

ขณะที่ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคําตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,030 เหรียญ และ 4,000 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,150 เหรียญ และ 4,180 เหรียญ ส่วน ทองคําในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 64,000 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 65,000 บาท