BTS กระอัก! งบปี 68/69 พลิกขาดทุน 1,152 ลบ. เซ่นปมบุ๊กด้อยค่าลงทุนหุ้น JMART
ในปี 2568/69 บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS มีรายได้รวมจำนวน 28,960 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.6 หรือ 166 ล้านบาทจากปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นผลมาจาก การเพิ่มขึ้นของรายได้ของบริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ RABBIT และบริษัท ร็อคเทค โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ ROCTEC จำนวนรวม 4,863 ล้านบาทในปี 2568/69 จากการเปลี่ยนสถานะจาก บริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อยตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2567
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของรายได้รวม ถูกชดเชยบางส่วนด้วย ไม่มีการบันทึกกำไรที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจำนวน 3,368 ล้านบาท จาก การเปลี่ยนสถานะของ RABBIT และ ROCTEC มาเป็นบริษัทย่อย
ประกอบกับการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจำนวน 1,439 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากไม่ มีการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยจากยอดหนี้คงค้างที่เกี่ยวข้องกับงานค่าจ้างเดิน รถและซ่อมบำรุง (O&M) หลังจากที่ได้รับชำระหนี้จากกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในวันที่ 30 ตุลาคม 2568
สำหรับค่าใช้จ่ายรวมจำนวน 22,811 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.1หรือ 4,129 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการรวมงบการเงินของบริษัท ดังกล่าวข้างต้น อีกทั้ง บริษัทฯ มีการบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าที่เกิดขึ้น เพียงครั้งเดียวในบริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART จำนวน 961 ล้านบาทในปีนี้
กำไรจากการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นประจำก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัด จำหน่าย ดอกเบี้ยและภาษี (Recurring EBITDA) จำนวน 11,861 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.3 หรือ 2,322 ล้านบาทจากปีก่อน
ส่วนใหญ่มาจากการ ปรับตัวดีขึ้นของ EBITDA ในธุรกิจ MATCH สาเหตุหลักมาจากผลกา ดำเนินงานที่ดีขึ้นของ RABBIT และ ROCTEC รวมถึงการรับรู้ผลการดำเนินงาน เต็มปีจากการรวมงบการเงินของทั้งสองบริษัท อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้น ดังกล่าวถูกหักกลบบางส่วนด้วย Recurring EBITDA ของธุรกิจ MOVE ที่ลดลง
ในส่วนของธุรกิจ MOVE EBITDA ลดลง ส่วนใหญ่เกิดจากการลดลงของ รายได้ดอกเบี้ยรับที่เกี่ยวกับโครงการรถไฟฟ้า นอกจากนี้ การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า เพิ่มขึ้นร้อยละ 84.6 หรือ 507 ล้านบาทจากปีก่อน เป็นจำนวน 1,106 ล้านบาท
ดังนั้นบริษัทฯ ขาดทุนสุทธิสำหรับปีจำนวน 2,497 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิ ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ จำนวน 1,152 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุนใน JMART ที่เกิดขึ้นเพียงครั้ง เดียว และ ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่จากการรวมงบการเงิน RABBIT เต็มปี อย่างไรก็ตาม หากหักรายการที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำ บริษัทฯ รายงานขาดทุน สุทธิหลังปรับปรุงแล้วจำนวน 783 ล้านบาท
นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทอนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจ าปี 2569 เพื่อพิจารณาและอนุมัติการโอน ส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญ จำนวน 6,202,905,818 บาท เพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสมตามงบการเงินเฉพาะกิจการ ของบริษัทฯ สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 จำนวน 6,202,905,818 บาท
ทั้งนี้ ภายหลัง การโอนส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญเพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสมดังกล่าว บริษัทฯ จะมีผลขาดทุนสะสมจำนวน 1,487,123,074 บาท และจะไม่มีส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญคงเหลือในงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทฯ
ยอดนิยม
โบรกฯ แนะจับตา JAS ล่าสิทธิ์ถ่ายบอลโลก ถ้าได้ อาจมีอะไรให้เซอร์ไพรส์?
BTS กระอัก! งบปี 68/69 พลิกขาดทุน 1,152 ลบ. เซ่นปมบุ๊กด้อยค่าลงทุนหุ้น JMART
HANA ไม่รอด! วันนี้โดนเทรด “แคชบาลานซ์” มีผลตั้งแต่ 2 มิ.ย. ถึง 19 มิ.ย.นี้
CPALL-CPF ทางโล่ง! ปลดล็อคกังวล Virtual Bank โบรกฯ ชี้ราคาหุ้นมีลุ้นทะยาน