“GCAP GOLD” จับตาประธานเฟดคนใหม่ จุดเปลี่ยนนโยบายการเงิน ทองคำลุ้นแรงรีบาวด์ $4,600

บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) ชี้จับตา ‘เควิน วอร์ช’ ประธานเฟดคนใหม่ ตัวแปรจุดเปลี่ยนนโยบายทางการเงินสหรัฐฯ ดอกเบี้ย-เงินเฟ้อ-Bond Yield และทองคำ ภายใต้แรงกดดันจากสงคราม - ราคาน้ำมัน และแรงกดดันทางการเมือง ซึ่งจะสร้างความป่วนต่อทิศทางดอลลาร์สหรัฐฯ Bond Yield และราคาทองคำ ด้านฝ่ายวิเคราะห์ แนะกลยุทธ์ ทยอยเข้าซื้อลุ้นทองคำรีบาวด์แตะ $4,600
นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า การเข้ารับตำแหน่งของ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่โดยอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของนโยบายการเงินสหรัฐฯ และเป็นอีกปัจจัยที่ตลาดทองคำทั่วโลกต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หลังวุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติรับรองด้วยคะแนน 54 ต่อ 45 ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และแรงกดดันทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) และราคาทองคำ
“การเข้ามาดำรงตำแหน่งของ “เควิน วอร์ช” ในฐานะประธานเฟดคนใหม่ เป็นที่จับตามองว่าจะสามารถรักษาความเป็นอิสระในการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดได้มากน้อยเพียงใด เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงส่งสัญญาณขับเคลื่อนนโยบายเพื่อปรับลดอัตราดอกเบี้ยโดยเร็ว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่เริ่มมีสัญญาณชะลอตัว ขณะที่ต้นทุนพลังงานก็ทรงตัวในระดับสูง จากสถานการณ์ความขัดแย้งกับประเทศอิหร่าน จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ตลาดเริ่มปรับลดความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และกลับมาให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ที่เฟดจำเป็นต้องกลับไปใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด หากอัตราเงินเฟ้อมีสัญญาณเร่งตัวขึ้น และ “เควิน วอร์ช” เลือกดำเนินนโยบายที่เข้มงวดมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ อาจกลายเป็นปัจจัยหนุนดอลลาร์สหรัฐฯ และ Bond Yield ให้ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำในระยะสั้น”
นอกจากนี้ เควิน วอร์ช ยังได้ส่งสัญญาณสนับสนุนการลดขนาดงบดุลของเฟด ปัจจุบันมีมูลค่าอยู่ราว 6.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รวมถึงอาจมีการปรับลดการสื่อสารเชิงคาดการณ์ เช่น การเผยแพร่ประมาณการอัตราดอกเบี้ยรายไตรมาส (Dot Plot) ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจเพิ่มความผันผวนให้ตลาดการเงินทั่วโลกในช่วงเปลี่ยนผ่านนโยบาย
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิเคราะห์ ระบุว่า ราคาทองคำกำลังเข้าสู่ช่วงตัดสินสำคัญว่าจะฟื้นตัวขึ้นหรือปรับฐานลงลึก โดยมีแนวรับสำคัญบริเวณ $4,480 (ราคาทองคำไทยประมาณ 69,400 +/- บาท) หากสามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ จะมีแรงรีบาวด์ขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ $4,600 และ $4,640 ตามลำดับ (ราคาทองคำไทยประมาณ 70,900–71,600 บาท) หากหลุด $4,480 อาจเห็นแรงขายกลับมากดดันลงสู่โซน $4,430–$4,400 (ราคาทองคำไทย ประมาณ 69,000–68,700 บาท) ดังนั้นจึงแนะรอจังหวะทยอยซื้อโซนแนวรับเพื่อเล่นรอบรีบาวด์