รัฐบาลอุ้มผู้รับเหมา STECON ได้ประโยชน์สูงสุด หลัง ครม.อนุมัติผ่อนผัน "ค่า K"

หุ้นกลุ่มรับเหมาเฮ.ครม. อนุมัติผ่อนผัน "ค่า K" อุ้มคู่สัญญารัฐ ปรับเกณฑ์การชดเชยจากเดิมที่บวกลบ 4% เป็นบวกลบ 2% ช่วยบรรเทาผลกระทบต้นทุนวัสดุก่อสร้างในส่วนของงานภาครัฐในช่วงระยะสั้น โบรกฯ ชู STECON มีโอกาสได้ประโยชน์มากสุด เนื่องจากมีสัดส่วนงานภาครัฐสูงราว 45-50%
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ครม. อนุมัติผ่อนผัน "ค่า K" อุ้มคู่สัญญารัฐ พยุงสภาพคล่อง ฝ่าวิกฤติตะวันออกกลาง โดยปรับเกณฑ์การชดเชยจากเดิมที่บวกลบ 4% เป็นบวกลบ 2% ซึ่งรอบต้นทุนขาขึ้น เป็นเสมือนการลดเพดานของจุดที่จะเริ่มต้นชดเชยลง (จากเดิมต้องพุ่งเกิน 4% เหลือ 2%)
ทั้งนี้มองเป็น Sentiment บวกกับกลุ่มรับเหมาฯ โดยเฉพาะที่รับงานภาครัฐโดยตรงมาก เช่น CIVIL ที่หุ้นพุ่งมาแล้ว ส่วนงานรัฐฯ ”โดยตรง“ ใน Backlog ของ STECON และ CK ลดลงน้อยกว่า 50% แล้ว (เพราะงานหลักมาจากเอกชน เช่น BEM, CKP, GULFเป็นต้น) แต่ก็ยังได้เชิงบวก และส่วนงานเอกชน หากต้นทุนส่วนไหนพุ่ง ก็จะสามารถเจรจากับผู้ว่าจ้างได้ตามสถานการณ์จริง หรือ ลักษณะสอดคล้องกับที่รัฐให้กรอบได้ จึงยังคงชอบ CK และ STECON
ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า มีมุมมองเป็นบวก โดยสำหรับกลุ่มรับเหมาใหญ่ มองว่า STECON มีโอกาสได้ประโยชน์มากสุด เนื่องจากมีสัดส่วนงานภาครัฐสูงราว 45-50%ขณะที่ CK มีสัดส่วนงานภาครัฐรองลงมา 10-15%
ทั้งนี้คาดมาตรการดังกล่าวจะช่วยบรรเทาผลกระทบต้นทุนวัสดุก่อสร้างในส่วนของงานภาครัฐในช่วงระยะสั้น ขณะที่ในส่วนของงานอื่นๆ นอกเหนือจากงานภาครัฐ ยังคงคาดการณ์ gross margin ปี 2569 ของ CK และ STECON จะรักษาระดับอย่างน้อย 7% ได้ เนื่องจากโดยทั่วไปบริษัทรับเหมาใหญ่จะล็อกต้นทุนวัสดุไว้อย่างน้อย 6 เดือน ถึง 1 ปี และหลายๆ งานมีการล็อกไว้ทั้งหมดตั้งแต่ต้นโครงการแล้ว
ขณะที่ต้นทุนส่วนใหญ่ 50-60% เป็นต้นทุน subcontractor ทำให้ลดความเสี่ยงเรื่องต้นทุนวัสดุผันผวน ทั้งนี้สำหรับกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง คงน้ำหนัก “Neutral” โดย Top pick ยังเป็น CK (แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 23 บาท) อย่างไรก็ตามมองว่า STECON (แนะนำ “ถือ” ราคาเป้า 13.50 บาท) มีโอกาสได้ sentiment บวกมากสุดจากข่าวดังกล่าว