PRM โชว์กำไรไตรมาส 1 ปี 69 แตะ 628.9 ลบ. ดันธุรกิจ OSV-FSU เติบโตต่อเนื่อง

บมจ.พริมา มารีน (PRM) ผู้นำธุรกิจให้บริการเรือขนส่ง จัดเก็บ ผลิตภัณฑ์น้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป และเคมีเหลว รวมถึงให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรชั้นนำของไทย รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 เติบโตแข็งแกร่ง ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยมีรายได้จากการให้บริการรวม 2,111.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 628.9 ล้านบาท ปรับตัวสูงขึ้น 3.8% หรือ 23.2 ล้านบาท หากพิจารณาเฉพาะกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ
นายวิริทธิ์พล จุไรสินธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายงานการเงินและบัญชี บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกยังคงเติบโตได้ดี แม้จะเผชิญปัจจัยท้าทายจากภายนอก โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการเติบโตของกลุ่มธุรกิจเรือสนับสนุนงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล (Offshore Support Vessel “OSV”) ที่มีรายได้เติบโตถึง 36.0% และมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 72.2% จากการเดินหน้าขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง จากเรือ Crew Boat จำนวน 6 ลำที่ลงทุนใหม่ในระหว่างปี 2568 และเรือ FSO จำนวน 1 ลำที่เริ่มเข้างานตั้งแต่ปลายไตรมาส 1 ของปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับปัจจัยบวกจากทิศทางค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้รับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิเพิ่มอีก 112 ล้านบาทในช่วงปลายไตรมาส
ขณะเดียวกัน ธุรกิจตัวแทนสายเดินเรือและออกของ (Ship Agent and Shipping “SAS”) ยังเติบโตโดดเด่น โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 45.2% จากปริมาณงานขนถ่ายสินค้าระหว่างเรือเพิ่มขึ้น
ส่วนธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปและเคมี (Petroleum and Chemical Tanker : PCT) แม้รายได้ลดลงเล็กน้อย 3.3% จากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน แต่บริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์นำเรือไปให้บริการในต่างประเทศมากขึ้น รวมถึงมีจำนวนเรือเข้าอู่ซ่อมบำรุงลดลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจดังกล่าวยังเติบโต 5.9%
สำหรับสถานการณ์ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ บริษัทฯ ระบุว่าสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันดิบ (Crude Oil Carrier “COC”) ไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากหลีกเลี่ยงการนำเรือเข้าสู่พื้นที่เสี่ยง (High Risk Area) อย่างเคร่งครัด อีกทั้งตามเงื่อนไขสัญญา ลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบต้นทุนค่าเชื้อเพลิงทั้งหมด
ในอีกด้านหนึ่ง สถานการณ์ดังกล่าวกลับส่งผลบวกต่อธุรกิจเรือกักเก็บและผสมน้ำมันกลางทะเล (Floating Storage Unit “FSU”) จากความต้องการกักเก็บน้ำมันของผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ที่เพิ่มขึ้น เพื่อบริหารความเสี่ยงด้านราคาน้ำมัน ส่งผลให้อัตราการใช้บริการเรือ FSU ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา อีกทั้งราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับสูง ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนกิจกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียมทั่วโลก ซึ่งจะช่วยผลักดันความต้องการใช้เรือในกลุ่ม OSV เพิ่มขึ้นในระยะยาว
“ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 23,669.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 965 ล้านบาทจากสิ้นปี 2568 สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางการเงิน และความพร้อมในการลงทุนขยายกองเรือเพื่อรองรับโอกาสการเติบโตของตลาดพลังงานทั้งในและต่างประเทศ” นายวิริทธิ์พล กล่าวทิ้งท้าย
ยอดนิยม
JMART โชว์ Q1/69 กำไรโต 16% แตะ 163 ล้านบาท ปันผล 0.135 บาทต่อหุ้น “Jaymart Mobile - Lock Phone - สุกี้ตี๋น้อย” หนุนธุรกิจฟื้นแกร่ง
L&E กางแผนปรับกลยุทธ์เพิ่มรายได้ รุกงานนวัตกรรมลุยเจาะตลาดราชการ สู้ศึกสินค้าจีน วางเป้ารายได้โต 15 - 20% ตุน Backlog แกร่ง 1,300 ล้านบาท
SINO ประกาศงบ Q1/69 ทำรายได้รวม 601 ล้านบาท เติบโตจากไตรมาสก่อน ประเมิน Q2/69 ฟื้นตัวต่อเนื่อง
SKY ประเดิมปี 69 โชว์งบไตรมาสแรก กวาดรายได้ 2,784 ล้าน กำไรพุ่ง 47% เที่ยวบินเบนเข็มลงไทยดันยอดผู้โดยสารเพิ่ม