กระดานข่าว

ORN โชว์ผลงาน Q1/69 โตสวนกระแส รายได้ 501.36 ลบ. ยอดขายทะลุเป้า 1,556 ลบ


15 พฤษภาคม 2569

159973_0.jpg

ORN เผยผลประกอบการ
ไตรมาส 1/69 รายได้รวม 501.36 ล้านบาท โต 14.51% กำไร 40.15 ล้านบาท ยอดโอนกรรมสิทธิ์เกินเป้า กวาดยอดขาย 1,556 ล้านบาท หนุน Backlog คุณภาพ 4,224 ล้านบาท รับรู้รายได้ธุรกิจใหม่ Community Mall โรงเรียนนานาชาติบ้านมือสอง เดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ ควบคู่รักษาวินัยทางการเงิน รองรับการเติบโตระยะยาว

นายปรีดิกร บูรณุปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จํากัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569  บริษัทมีรายได้รวม 501.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 437.81 ล้านบาท จำนวน 63.54 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 14.51%  และมีกำไรสุทธิ 40.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 38.64 ล้านบาท จำนวน 1.51 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น  3.93%

ทั้งนี้ ผลประกอบการปรับตัวดีขึ้นจากการเร่งโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการแนวราบและแนวสูงในจังหวัดเชียงใหม่ โดยมียอดโอนกรรมสิทธิ์เท่ากับ 488.45 ล้านบาท เกินเป้าหมายที่วางไว้ แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 282.49 ล้านบาท โครงการแนวสูง 205.96 ล้านบาท สะท้อนความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในจังหวัดเชียงใหม่ที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทยังสร้างสถิติยอดขาย (Presale) เติบโตก้าวกระโดดกว่า 100% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดขายรวมอยู่ที่ 1,556 ล้านบาท ส่งผลให้ปัจจุบันมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) อยู่ที่ประมาณ 4,224 ล้านบาท โดยแบ่งสัดส่วนลูกค้าชาวไทย 53% และชาวต่างชาติคิดเป็นกว่า 47%  ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและมีการวางเงินมัดจำในอัตราที่สูง ช่วยสร้างความมั่นคงด้านรายได้และลดความเสี่ยงในการดำเนินงาน

ขณะเดียวกัน บริษัททยอยรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นในกลุ่มธุรกิจย่อย ได้แก่ ธุรกิจ Community Mall, โรงเรียนนานาชาติ Mill Hill International School Thailand และธุรกิจบ้านมือสอง ซึ่งเป็นการขยาย Ecosystem ของอรสิรินให้ครอบคลุม สร้างฐานรายได้ประจำสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว

อีกทั้ง บริษัทบริหารจัดการต้นทุนและแผนการขายที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันบริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.4 เท่า และมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E Ratio) อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.6 เท่า ซึ่งถือว่ามีความมั่นคงสูงเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเดียวกัน สะท้อนถึงการบริหารจัดการโครงสร้างเงินทุนที่มีประสิทธิภาพ และความพร้อมในการขยายโครงการใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้

บริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการรักษาวินัยทางการเงิน การบริหารต้นทุน และการสร้างสมดุลระหว่างรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์และรายได้ประจำ เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังมีความท้าทายอยู่ในปัจจุบัน

ORN