กระดานข่าว

SPCG เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 โกยรายได้ 419.9 ล้านบาท กำไร 118.4 ล้านบาท พร้อมรุกตลาดโซลาร์รูฟบ้านพักอาศัย


14 พฤษภาคม 2569

ปรับภาพ3.jpg

บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2569 โดยมีรายได้รวม 419.9 ล้านบาท กำไรสุทธิ 118.4 ล้านบาท และกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) 302.4 ล้านบาท สะท้อนถึงพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งและกระแสเงินสดที่มั่นคง แม้โครงการโซลาร์ฟาร์มได้สิ้นสุดระยะเวลาการรับเงินสนับสนุนส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) แต่บริษัทยังคงสามารถจำหน่ายไฟฟ้าได้ตามปกติในราคาขายส่ง (Wholesale Tariff) ซึ่งเป็นอัตราที่สร้างผลตอบแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง พิสูจน์ถึงความสำเร็จของการวางแผนลงทุนที่แม่นยำตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทมีความพร้อมทางด้านการเงินในการนำกระแสเงินสดจากโครงการเดิมมาขับเคลื่อนการขยายธุรกิจใหม่ๆ อย่างเต็มกำลัง

นางสาวออมสิน ศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่ SPCG กล่าวว่า ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า (Solar Farm) ในประเทศทั้ง 36 โครงการ (36 SPVs) ยังคงเป็นธุรกิจหลักที่สร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 มีปริมาณการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า (Energy Output) เติบโตขึ้นทั้ง YoY และ QoQ ผลจากการยกระดับกลยุทธ์การบริหารจัดการที่เข้มงวด มุ่งเน้นการบำรุงรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการควบคุมค่าใช้จ่าย เพื่อให้ระบบผลิตไฟฟ้าทำงานได้เต็มขีดความสามารถ ทั้งนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายยอดผลิตไฟฟ้าปีนี้ที่ 373.3 ล้านหน่วย ซึ่งในไตรมาสที่ 1 นี้ บริษัทฯ สามารถผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าได้สูงกว่า P50 ถึง 20%

สำหรับทิศทางธุรกิจในปีนี้ SPCG มองเห็นโอกาสเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในตลาดโซลาร์รูฟ (Solar Rooftop) สำหรับภาคประชาชน โดยมีปัจจัยบวกจากนโยบายสนับสนุนของภาครัฐ อาทิ มาตรการหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงสุด 200,000 บาท และนโยบายรับซื้อไฟฟ้าคืนในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย ซึ่งส่งผลให้ตลาดเปลี่ยนผ่านสู่ภาคประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยปัจจุบันบริษัทฯ อยู่ในช่วงเตรียมแผนการลงทุนภายใต้การดำเนินงานผ่านบริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด หรือ SPR (บริษัทย่อยซึ่ง SPCG ถือหุ้น 100%) และได้เริ่มนำร่องติดตั้งให้กับลูกค้าบางกลุ่มไปแล้ว แม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกจะมีความผันผวนจากราคาพลังงานและภาวะขาดแคลนอุปกรณ์สำคัญในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) เช่น แผงเซลล์แสงอาทิตย์และเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) แต่ SPCG ได้เตรียมแผนบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนและการสำรองอุปกรณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วบางส่วน โดยเตรียมจะประกาศแผนธุรกิจอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้

ในด้านการแข่งขันทางการตลาด SPR มุ่งเน้นกลยุทธ์ที่มากกว่าเรื่องราคา โดยชูคุณภาพและความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง ผ่านการออกแบบระบบที่ตอบโจทย์เฉพาะราย (Customized Design) เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าสูงสุด (Maximum Yield) และความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน พร้อมวางตำแหน่งแบรนด์เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ไว้วางใจได้ทั้งด้านวิศวกรรม มาตรฐานความปลอดภัย และการบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นคุณค่าหลัก (Core Value) ที่สร้างความแตกต่างในตลาดและมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน