SAFE ลุยจับมือพันธมิตร ชูนวัตกรรมเทคโนโลยีตรวจพันธุกรรม ตั้งเป้าปี 69 เติบโต 10% รับดีมานด์ IVF ต่างชาติ

ผู้ถือหุ้น บมจ.เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป (SAFE) อนุมัติจ่ายเงินปันผล 0.41 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 7 พ.ค.69 รับทรัพย์วันที่ 22 พ.ค. นี้ เดินหน้าขยายการให้บริการร่วมพันธมิตรโรงพยาบาลรัฐและเอกชน เล็งเปิดศูนย์แล็บพันธุกรรมแห่งใหม่ ฟากบิ๊กบอส “นพ.วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์” ระบุตั้งเป้ารายได้ปี 69 เติบโต 10% จากดีมานด์ IVF ต่างชาติไหลเข้าไทย ชูนวัตกรรมเทคโนโลยีตรวจพันธุกรรม เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ เพิ่มศักยภาพบริการ พร้อมจ่อรับผลดีกฎหมายสมรสเท่าเทียม-อุ้มบุญ หนุนอนาคตสดใส
นพ.วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาผู้มีบุตรยากด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (SAFE) เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ในวันที่ 28 เมษายน 2569 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานงวดปี 2568 เป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.41 บาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลสูงถึง 98.16% และมี Dividend Yield ที่ 6.8% กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569
การจ่ายปันผลในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการธุรกิจของทีมบริหาร ทำให้ผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญในการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืน
สำหรับปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรายได้การเติบโตที่ 10% เทียบปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยเชิงบวกจากธุรกิจหลักของ SAFE มีทิศทางเติบโตเพิ่มขึ้น จากภาพรวมอุตสาหกรรมรักษาผู้มีบุตรยาก (IVF) ยังมีโอกาสเติบโตอีกมากในช่วงปี 2569-2567 และจากสถานการณ์ความไม่สงบของตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ลูกค้าที่เดิมใช้บริการทางตะวันออกกลางหันมาใช้บริการในไทยมากขึ้น
ทั้งนี้ ยังมีสัญญาณเชิงบวกจากทางภาครัฐในการผลักดันร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม และกฎหมายอุ้มบุญที่เปิดโอกาสการสร้างครอบครัวในกลุ่ม LGBTQ+ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนและผลักดันรายได้การให้บริการรักษาผู้มีบุตรยากให้เติบโตได้อย่างก้าวกระโดด
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยี PGTseq-A ของ JUNO Genetic จากประเทศสหรัฐอเมริกา มาใช้สำหรับการตรวจวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อนเป็นที่แรกในประเทศไทย และ Exclusive เฉพาะบริษัทเท่านั้น โดยเทคโนโลยี PGTseq-A มีความแม่นยำสูงกว่า PGT-A แบบเดิม ช่วยเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ พร้อมลดอัตราการแท้ง สะท้อนประสิทธิภาพในการคัดเลือกตัวอ่อนที่ดียิ่งขึ้น
สำหรับแผนการขยายธุรกิจในปีนี้ บริษัทฯ มุ่งเน้นโมเดลการสร้างพันธมิตร (Partner) กับโรงพยาบาลเอกชนและโรงพยาบาลภาครัฐ ในจังหวัดใหญ่ๆ ที่มีฐานคนไข้สูตินรีเวชอยู่แล้ว แต่ยังขาดความพร้อมด้านการทำเด็กหลอดแก้ว โดยจะเข้าไปเพิ่มเติมเต็มศักยภาพการให้บริการ รวมถึงเตรียมเปิดห้องปฏิบัติการตรวจพันธุกรรมแห่งใหม่ๆ ให้ครอบคลุมเพิ่มมากขึ้น
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SAFE กล่าวอีกว่า นอกจากการขยายการให้บริการและการหาพันธมิตรแล้ว บริษัทฯ ยังออกแคมเปญจัดโปรโมชันอย่างต่อเนื่องเพื่อดึงดูดการใช้บริการ เช่น แพ็กเกจตรวจสุขภาพคู่รักก่อนแต่งงาน การฝากไข่เพื่อวางแผนการมีบุตรในอนาคต รวมถึงเน้นควบคุมค่าใช้จ่ายมากขึ้น และนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยดำเนินการในหลายด้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ทั้งการบริหารจัดการ ลดความผิดพลาด และเพิ่มอัตราความสำเร็จให้ได้มากที่สุด เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม IVF ในระยะยาว
ยอดนิยม
SCG เปิดประสบการณ์ “Living Beyond Building Materials” มุมมองใหม่ของการอยู่อาศัย ในงานสถาปนิก’69
EURO ปี 69 ผนึกพันธมิตรบิ๊กอสังหาฯ เสิร์ฟเฟอร์นิเจอร์หรู ปักหมุดรายได้โต 10-15% ผถห. ไฟเขียวจ่ายปันผล 0.25 บาท
SCG จัดกิจกรรมเสวนา SCG Landscape X room ในหัวข้อ “Walkable City, Livable Economy – เมืองน่าเดิน พาเมืองเดินหน้า”