เรื่องเด่นวันนี้

SAFE ลุยจับมือพันธมิตร ชูนวัตกรรมเทคโนโลยีตรวจพันธุกรรม ตั้งเป้าปี 69 เติบโต 10% รับดีมานด์ IVF ต่างชาติ


29 เมษายน 2569

SAFE ลุยจับมือพันธมิตร!_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

ผู้ถือหุ้น บมจ.เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป (SAFE) อนุมัติจ่ายเงินปันผล 0.41 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 7 พ.ค.69 รับทรัพย์วันที่ 22 พ.ค. นี้ เดินหน้าขยายการให้บริการร่วมพันธมิตรโรงพยาบาลรัฐและเอกชน เล็งเปิดศูนย์แล็บพันธุกรรมแห่งใหม่ ฟากบิ๊กบอส “นพ.วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์” ระบุตั้งเป้ารายได้ปี 69 เติบโต 10% จากดีมานด์ IVF ต่างชาติไหลเข้าไทย ชูนวัตกรรมเทคโนโลยีตรวจพันธุกรรม เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ เพิ่มศักยภาพบริการ พร้อมจ่อรับผลดีกฎหมายสมรสเท่าเทียม-อุ้มบุญ หนุนอนาคตสดใส  

นพ.วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาผู้มีบุตรยากด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (SAFE) เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ในวันที่ 28 เมษายน 2569 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานงวดปี 2568 เป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.41 บาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลสูงถึง 98.16% และมี Dividend Yield ที่ 6.8% กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569

การจ่ายปันผลในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการธุรกิจของทีมบริหาร ทำให้ผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญในการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรายได้การเติบโตที่ 10% เทียบปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยเชิงบวกจากธุรกิจหลักของ SAFE มีทิศทางเติบโตเพิ่มขึ้น จากภาพรวมอุตสาหกรรมรักษาผู้มีบุตรยาก (IVF) ยังมีโอกาสเติบโตอีกมากในช่วงปี 2569-2567 และจากสถานการณ์ความไม่สงบของตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ลูกค้าที่เดิมใช้บริการทางตะวันออกกลางหันมาใช้บริการในไทยมากขึ้น 

ทั้งนี้ ยังมีสัญญาณเชิงบวกจากทางภาครัฐในการผลักดันร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม และกฎหมายอุ้มบุญที่เปิดโอกาสการสร้างครอบครัวในกลุ่ม LGBTQ+ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนและผลักดันรายได้การให้บริการรักษาผู้มีบุตรยากให้เติบโตได้อย่างก้าวกระโดด

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยี PGTseq-A ของ JUNO Genetic จากประเทศสหรัฐอเมริกา มาใช้สำหรับการตรวจวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อนเป็นที่แรกในประเทศไทย และ Exclusive เฉพาะบริษัทเท่านั้น โดยเทคโนโลยี PGTseq-A มีความแม่นยำสูงกว่า PGT-A แบบเดิม ช่วยเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ พร้อมลดอัตราการแท้ง สะท้อนประสิทธิภาพในการคัดเลือกตัวอ่อนที่ดียิ่งขึ้น

สำหรับแผนการขยายธุรกิจในปีนี้ บริษัทฯ มุ่งเน้นโมเดลการสร้างพันธมิตร (Partner) กับโรงพยาบาลเอกชนและโรงพยาบาลภาครัฐ ในจังหวัดใหญ่ๆ ที่มีฐานคนไข้สูตินรีเวชอยู่แล้ว แต่ยังขาดความพร้อมด้านการทำเด็กหลอดแก้ว โดยจะเข้าไปเพิ่มเติมเต็มศักยภาพการให้บริการ รวมถึงเตรียมเปิดห้องปฏิบัติการตรวจพันธุกรรมแห่งใหม่ๆ ให้ครอบคลุมเพิ่มมากขึ้น

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SAFE กล่าวอีกว่า นอกจากการขยายการให้บริการและการหาพันธมิตรแล้ว บริษัทฯ ยังออกแคมเปญจัดโปรโมชันอย่างต่อเนื่องเพื่อดึงดูดการใช้บริการ เช่น แพ็กเกจตรวจสุขภาพคู่รักก่อนแต่งงาน การฝากไข่เพื่อวางแผนการมีบุตรในอนาคต รวมถึงเน้นควบคุมค่าใช้จ่ายมากขึ้น และนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยดำเนินการในหลายด้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ทั้งการบริหารจัดการ ลดความผิดพลาด และเพิ่มอัตราความสำเร็จให้ได้มากที่สุด เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม IVF ในระยะยาว