
ATP30 เปิดแผนธุรกิจระยะ 3 ปี (2569–2571) เข้าร่วมโครงการ JUMP+ มุ่งเพิ่มรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง ผ่านการขยายฐานลูกค้า ควบคู่การควบคุมต้นทุนและต่อยอดธุรกิจใหม่หนุนรายได้ พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจสู่ Green Mobility ด้วยประสิทธิภาพการใช้พลังงานสะอาด เร่งขยายพอร์ตรถโดยสาร EV สร้างการเติบโตและความเชื่อมั่นด้าน ESG ในระยะยาว
นายปิยะ เตชากูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอทีพี 30 จำกัด (มหาชน) หรือ ATP30 ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการรถรับส่งพนักงานจากแหล่งที่พักอาศัยในเขตชุมชนไปยังโรงงานอุตสาหกรรม หรือสถานประกอบการโดยเฉพาะรอบเขตนิคมอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก (Eastern Seaboard) และเขตอุตสาหกรรมภาคกลาง เปิดเผยว่า บริษัทเข้าร่วม JUMP+ โครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทจดทะเบียน จัดตั้งโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพื่อยกระดับศักยภาพองค์กรในทุกมิติ ตั้งเป้าหมายผลักดันกำไรสุทธิของบริษัทสู่ระดับ 120 ล้านบาท ในปี 2571
โดยแผนการดำเนินงานเพื่อผลักดันการเติบโตอย่างเป็นรูปธรรม แบ่งเป็น 4 ด้าน ประกอบด้วย 1. การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ (Asset Optimization) เพื่อยกระดับ Utilization Rate และสร้างรายได้ประจำ 2. การขยายการลงทุนในยานยนต์ไฟฟ้า (EV Expansion) และสถานีชาร์จ (Solar Roof & Smart Charger) เพื่อลดต้นทุนพลังงาน ตอบโจทย์เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของลูกค้าองค์กร 3. การต่อยอดธุรกิจบริการรถโดยสารรายเที่ยว (VVS) เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ใหม่ 4.การพัฒนาธุรกิจซ่อมบำรุงครบวงจร (AQS) เพื่อสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) รองรับการเติบโตในระยะยาวของบริษัท
สำหรับเป้าหมายเติบโตทางการเงินในช่วงปี 2568–2571 ภายใต้ 3 แกนหลัก : การเติบโต (Growth) ความมั่นคง (Stability) และประสิทธิภาพการทำกำไร (Profitability & Efficiency) คาดรายได้เพิ่มจาก 805.37 ล้านบาท (2568) สู่ 1,150 ล้านบาท (2571) ขณะที่กำไรสุทธิปรับตัวจาก 58.20 ล้านบาท เป็น 120 ล้านบาท ผลักดันอัตรากำไรสุทธิจาก 7% เป็น 11% และ EBITDA เพิ่มจาก 192.34 ล้านบาท เป็น 304.23 ล้านบาท สะท้อนแนวทางเติบโตที่เน้นทั้งการสร้างรายได้ การทำกำไร ควบคู่การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่แผนปฏิบัติการด้านภูมิอากาศ (Climate Action Plan) จัดทำฐานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐาน ISO 14064 ครอบคลุม Scope 1–3 พบปริมาณการปล่อยรวมอยู่ที่ 19,524 tCO2e และมีค่า Carbon Intensity ที่ 0.615 kgCO2e/km พร้อมวางแผนลดการปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการขอการรับรองคาร์บอนฟุตพรินท์ (CFP) และต่อยอดสู่ฉลากลดคาร์บอน (CFR) ร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) ควบคู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียนในระยะถัดไป
“แผนดำเนินงานระยะ 3 ปีของบริษัทมุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ภายใต้แนวทาง Green Mobility เป็นแกนหลัก เดินหน้าขยายกองรถพลังงานไฟฟ้า (EV) และสถานีชาร์จ ควบคู่การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ เพื่อบริหารจัดการต้นทุน และยกระดับความสามารถในการทำกำไรอย่างต่อเนื่อง รวมถึงต่อยอดธุรกิจ VVS และ AQS เพื่อสร้างรายได้ประจำและเสริมความมั่นคงของโครงสร้างรายได้ในระยะยาว โดยมีกรอบการดำเนินงานที่ชัดเจนและผู้ถือหุ้นสามารถติดตามผลได้” นายปิยะ กล่าว
ยอดนิยม
JMART โชว์ Q1/69 กำไรโต 16% แตะ 163 ล้านบาท ปันผล 0.135 บาทต่อหุ้น “Jaymart Mobile - Lock Phone - สุกี้ตี๋น้อย” หนุนธุรกิจฟื้นแกร่ง
L&E กางแผนปรับกลยุทธ์เพิ่มรายได้ รุกงานนวัตกรรมลุยเจาะตลาดราชการ สู้ศึกสินค้าจีน วางเป้ารายได้โต 15 - 20% ตุน Backlog แกร่ง 1,300 ล้านบาท
SINO ประกาศงบ Q1/69 ทำรายได้รวม 601 ล้านบาท เติบโตจากไตรมาสก่อน ประเมิน Q2/69 ฟื้นตัวต่อเนื่อง
SKY ประเดิมปี 69 โชว์งบไตรมาสแรก กวาดรายได้ 2,784 ล้าน กำไรพุ่ง 47% เที่ยวบินเบนเข็มลงไทยดันยอดผู้โดยสารเพิ่ม