Talk of The Town

หุ้นธนาคารยืนหนึ่ง! ปันผลสูง Valuation ไม่แพง ชู KTB – KBANK – BBL เด่น


01 เมษายน 2569

หุ้นธนาคารยืนหนึ่ง!_S2T (เว็บ) 2569_0.jpg

หุ้นกลุ่มธนาคารโดดเด่นไม่หยุด! นักวิเคราะห์ชี้ เงินปันผลเฉลี่ยของกลุ่ม สูงกว่าอัตราปันผลเฉลี่ยของตลาดหุ้น มิหนำซ้ำ valuation ยังไม่แพง ชู 3 หุ้นตัวท็อป แนะนำ “ซื้อ” KTB – KBANK – BBL ส่วน SCB ยืนหนึ่งเรื่องอัตราเงินปันผลงวดครึ่งหลังปี 68 สูงที่สุดในกลุ่มที่ 6.44%

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คงน้ำหนักการลงทุนเป็น “มากกว่าตลาด” เพราะอัตราเงินปันผลเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ราว 6-7% สูงกว่าอัตราปันผลเฉลี่ยของตลาดหุ้นที่ 3% ด้าน valuation ยังไม่แพง โดยซื้อขายที่ระดับเพียง 0.79 เท่า PBV โดยเลือก KTB  แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 38 บาท, KBANK แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 225 บาท) และ BBL แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 195 บาท เป็น Top pick

ทั้งนี้คาดกำไรสุทธิรวมไตรมาส 1/69 ของกลุ่มธนาคารจะอยู่ที่ 5.2 หมื่นล้านบาท ลดลง 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโต 9% จากไตรมาสก่อน 

1. กำไรลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จาก NIM ที่ลดลงตามดอกเบี้ยขาลง ขณะที่กำไรเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน เพราะ OPEX ที่ลดลงตามฤดูกาล โดยธนาคารที่เติบโตได้ดีจากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีเพียง KKP เพิ่มขึ้น 57% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากแนวโน้มผลขาดทุนรถยึดที่ลดลงและมีการตั้งสำรองฯ ที่ลดลง 

ขณะที่ธนาคารที่มีกำไรเติบโตได้ดีจากไตรมาสก่อน นำโดย BBL เพิ่มขึ้น 32% จากไตรมาสก่อน, KBANK เพิ่มขึ้น 12% จากไตรมาสก่อน, SCB เพิ่มขึ้น 7% จากไตรมาสก่อน และ KTB เพิ่มขึ้น 4% จากไตรมาสก่อน จากสำรองฯที่ลดลงเป็นหลัก

2. สินเชื่อไตรมมาส 1/69 จะลดลง 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ทรงตัวจากไตรมาสก่อน จากสินเชื่อรายใหญ่และภาครัฐที่เพิ่มขึ้น แต่สินเชื่อรายย่อยปรับตัวลดลง ส่วน NPL จะเพิ่มขึ้นใน 3.15% จากไตรมาส 4/68 ที่ 3.12% แต่ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้

3. อัตราเงินปันผลเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารยังสูงโดดเด่นซึ่งช่วยหนุนราคาหุ้นไปต่อได้ โดยช่วงครึ่งหลังปี 2568 อยู่ที่ 5.2% (ทั้งปีอยู่ที่ 6.9%) ซึ่งจะทยอย XD วันที่ 10-29 เม.ย. 26 โดย SCB มีอัตราเงินปันผลงวดครึ่งหลังปี 68 สูงที่สุดในกลุ่มที่ 6.44% รองลงมาเป็น KTB ที่ 6.40% และ KBANK ที่ 6.28%

ดังนั้นคงประมาณการกำไรสุทธิของกลุ่มธนาคารปี 2569 อยู่ที่ 2.13 แสนล้านบาท ลดลง 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จาก NIM ที่ลดลง ส่วนสำรองฯ มีแนวโน้มลดลงได้ดีเนื่องจากมีการตั้งเผื่อมาตลอดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา