Talk of The Town

“คนละครึ่งพลัส” มาแน่! ลุ้นได้ใช้ปลายเดือนเม.ย. นี้ หวังฟื้นเศรษฐกิจในวิกฤตสงคราม


30 มีนาคม 2569

“คนละครึ่งพลัส”_S2T (เว็บ)_0.jpg

จับตาโครงการคนละครึ่ง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โบรกฯ คาด จะเริ่มใช้ได้ในปลายเม.ย. - ต้น พ.ค. หุ้นได้รับประโยชน์ พร้อมเผยโฉมหุ้นได้ประโยชน์เต็มสูบ

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากประเด็นกระแสข่าว สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เตรียมจะเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาท่ามกลางวิกฤตพลังงาน นอกเหนือจาก 7 มาตรการที่ผ่าน ครม. นัดพิเศษเมื่อวานนี้ที่เป็นการพุ่งเป้าช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม 

อาทิ กลุ่มเปราะบาง กลุ่มขนส่งและผู้ให้บริการรถสาธารณะ เพื่อลดต้นทุนไม่ให้กระทบกับราคาสินค้ามากและไม่ทำให้เงินเฟ้อปรับขึ้นไปมากรัฐบาลชุดใหม่เสร็จสิ้นการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา จะเริ่มดำเนินมาตรการทันที คือ โครงการคนละครึ่ง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ต้องเร่งออกมาอย่างน้อย 1 เฟสหลังจากรัฐบาลชุดใหม่มีอำนาจเต็ม 

แต่ถึงอย่างไรก็ต้องพิจารณาภาระเรื่องงบประมาณประกอบด้วย จากนั้นจะเร่งจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 แล้วค่อยดำเนินการโครงการคนละครึ่งในเฟสถัดไป

โดยมีมุมมองเป็นบวกมากขึ้นต่อมาตรการ “คนละครึ่งพลัส” ซึ่งไทม์ไลน์การแถลงนโยบายรัฐบาลวันที่ 7-9 เม.ย. เราคาดว่ามีโอกาสสูงที่ คนละครึ่งพลัส จะเริ่มใช้ได้ในปลายเม.ย. - ต้น พ.ค. หุ้นได้รับประโยชน์ ได้แก่

กลุ่มค้าปลีก: CPAXT (แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 19.00 บาท), BJC (แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 17.00 บาท) ได้รับประโยชน์มากสุดเนื่องจากร้าน Traditional Trade ซึ่งเป็นจุดหมายหลักในการใช้คนละครึ่งพลัส ซื้อสินค้าจากที่นี่ และ TNP เป็นร้านค้าท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการในครั้งก่อน โดยมีสาขา 51 สาขาในภาคเหนือ

กลุ่ม food & beverage: ได้รับประโยชน์จากการบริโภคในประเทศที่เพิ่มขึ้น อาทิ CBG (แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 50.00 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic branded own 37% ของรายได้รวม

OSP (แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 20.00 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic beverage 57% ของรายได้รวม SAPPE (แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 32.00 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic ที่ 31% ของรายได้รวม รวมทั้งICHI สัดส่วนรายได้ domestic 90% ของรายได้รวม

อีกทั้ง SNNP (แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 8.20 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic 81% ของรายได้รวม โดยเป็น MT 68% และ TT 32%

ส่วนกลุ่มสินค้าอุปโภค อาทิ NEO (แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 27.00 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic 90% ของรายได้รวม และ OSP สัดส่วนรายได้ domestic ประมาณ 11% ของรายได้รวม