CCP ตั้งเป้าผู้นำ Green Precast Concrete ปรับกลยุทธ์ทุกมิติ ดันรายได้โต 10%

CCP เผยทิศทางธุรกิจปี 2569 ปรับพอร์ตสู่ Green Precast Concrete เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จับมือพันธมิตรพัฒนาวัสดุทดแทนคอนกรีต-ลดคาร์บอน ทุ่มงบ 70 ล้านบาท เสริมประสิทธิภาพการผลิต ด้านบริษัทย่อย CHARLIE ธุรกิจโลจิสติกส์ แนวโน้มโตต่อเนื่อง พร้อมรักษา Backlog ไม่ต่ำกว่า 1,800 ล้านบาท ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10%
นายอาทิตย์ ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี จำกัด (มหาชน) หรือ CCP เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างในปี 2569 ยังมีแนวโน้มเติบโต ปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนการก่อสร้างทั้งภาครัฐและเอกชน ครอบคลุมถึงโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ คลังสินค้า นิคมอุตสาหกรรมโดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
ขณะที่ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงอยู่ในช่วงฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยแนวโน้มการก่อสร้างในปัจจุบันให้ความสำคัญกับความรวดเร็ว และ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ Green Precast Concrete ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการแข่งขันในอุตสาหกรรมอยู่ในระดับสูง ผู้ประกอบการจำนวนมากมุ่งเน้นเข้ามาทำตลาดในโครงการกลุ่มเดียวกัน ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สร้างความแตกต่าง เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
สำหรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของ CCP ในปีนี้ มุ่งเน้นการยกระดับผลิตภัณฑ์สู่กลุ่มวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยมีเป้าหมายเป็นผู้นำด้าน Green Precast Concrete ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้ทำการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Carbon Footprint of Product (CFP) ซึ่งสะท้อนถึงการให้ความสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดกระบวนการผลิต เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ให้กับโครงการก่อสร้างทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืน โดยร่วมมือกับพันธมิตรภาคเอกชนรายใหญ่ของประเทศ อาทิ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ในการนำวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิต และพัฒนาวัสดุทดแทน เข้ามาใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิต Precast Concrete เพื่อลดการพึ่งพาการใช้คอนกรีตในรูปแบบเดิม
นอกจากนี้ CCP ยังให้ความสำคัญกับพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต และควบคุมต้นทุนอย่างเป็นระบบ โดยจัดสรรงบลงทุนประมาณ 70 ล้านบาท สำหรับการจัดหาเครื่องจักรใหม่ การปรับปรุงไลน์การผลิต รวมถึงการเพิ่มคลังสินค้าและพื้นที่รองรับการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการและรองรับการเติบโตของตลาดในระยะยาว
ขณะเดียวกัน บริษัททยอยรับรู้รายได้จาก บริษัท ชาลี ท็อป โลจิสติกส์ โซลูชั่น จำกัด (CHARLIE) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยให้บริการด้านการบริหารจัดการคลังสินค้า Free Zone (เขตปลอดอากร) ปัจจุบันมีพื้นที่รวมกว่า 500 ไร่ ซึ่งในปีนี้ CHARLIE มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้พื้นที่ประเภทลานอุตสาหกรรม คลังสินค้า และลานตู้คอนเทนเนอร์ ในทำเลที่มีความเสี่ยงต่ำและมีศักยภาพสูง อาทิ จังหวัดระยอง และ โซนท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมทั้งมองเห็นโอกาสจากการเติบโตของ EV Truck Ecosystem ซึ่งยังอยู่ในช่วงประเมินความคุ้มค่าและความพร้อมในระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้จากธุรกิจคลังสินค้าไว้ที่ 20% เมื่อเทียบกับปี 2568
อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานปรับตัวเพิ่มขึ้นในหลายด้าน ทั้งค่าขนส่ง ค่าพลังงาน ต้นทุนด้านวัตถุดิบ และบรรจุภัณฑ์ที่มีความผันผวน บริษัทจึงปรับกลยุทธ์บริหารต้นทุนอย่างเข้มข้น ผ่านการกระจายแหล่งจัดหาวัตถุดิบ การเจรจาต่อรองกับซัพพลายเออร์ รวมถึงการทยอยปรับราคาสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะสั้นบางส่วน ขณะที่การดำเนินงานของบริษัทย่อยในกลุ่มโลจิสติกส์ยังคงแข็งแกร่ง และไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัจจัยดังกล่าว และยังมีอัตราการใช้พื้นที่คลังสินค้าและลานอุตสาหกรรมปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความต้องการใช้พื้นที่ในทำเลศักยภาพที่ยังอยู่ในระดับสูง
“บริษัทมั่นใจว่าทิศทางการดำเนินงานจากการขับเคลื่อนกลยุทธ์ในทุกมิติ จะช่วยสร้างโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนให้ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจุบันบริษัทมี Backlog ไม่ต่ำกว่า 1,800 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนงานภาครัฐ 55% ภาคเอกชน 45% พร้อมตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 10%” นายอาทิตย์ กล่าว
ยอดนิยม
เจาะลึก BESS ภายใต้กลุ่มธุรกิจ Power+ ของบ้านปู มอบพลังงานมั่นคง ตอบโจทย์ดีมานด์ดาต้าเซ็นเตอร์โลกยุค AI
BIC คว้ารางวัล CSR-DIW Continuous Award ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4
IROYAL ปลื้ม กำไรปี 68 ทะยานติด Top 10 บริษัทใน mai ปีนี้รายได้รวมโตต่อ 20-25%
กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์รับมือกำลังซื้อลด อัปความสามารถ‘บัตรกดเงินสดเฟิร์สช้อยส์’ ตั้งเป้าบัญชีลูกค้าใหม่เติบโต 10%