
WICE เผยทิศทางธุรกิจไตรมาส 2/2569 เติบโตต่อเนื่อง ปริมาณขนส่งข้ามพรมแดน และ Cold Chain Service เพิ่มขึ้น ดันเที่ยวขนส่งเพิ่ม 20% เดินหน้าขยายเส้นทางขนส่งร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร พัฒนา Multimodal Logistics รองรับการย้ายฐานการผลิตภาคอุตสาหกรรม พร้อมปรับกลยุทธ์ธุรกิจสอดคล้องเศรษฐกิจโลก ติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งอย่างใกล้ชิด มั่นใจรายได้ทั้งปีโตตามเป้าหมาย 15%
นายชูเดช คงสุนทร กรรมการผู้จัดการ ส่วนงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มบริษัท บริษัท ไวส์ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ WICE ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศแบบครบวงจร เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจช่วงไตรมาส 2/2569 ยังคงมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง สอดคล้องกับภาพรวมอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในภูมิภาคเอเชียที่ยังได้รับแรงหนุนจากการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการขยายตัวของภาคการผลิตในกลุ่มอุตสาหกรรมส่งออกที่มีความต้องการใช้บริการโลจิสติกส์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ธุรกิจบริการขนส่งข้ามพรมแดน (Cross-border Service) มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากความต้องการขนส่งสินค้าในหลายกลุ่ม อาทิ สินค้าเกษตรและอาหารสด ส่งผลให้ความต้องการใช้บริการขนส่งตู้ควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain Service) เพิ่มสูงขึ้น โดยบริษัทฯ ได้เตรียมแผนบริหารเที่ยวขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า คาดว่าจำนวนเที่ยวขนส่งจะเพิ่มขึ้นประมาณ 20%
อีกทั้ง ธุรกิจซัพพลายเชนโซลูชัน มีแนวโน้มเติบโตสอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจไทยที่ได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิตของบริษัทต่างชาติในหลายอุตสาหกรรม ส่งผลให้ปริมาณการขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ อิเล็กทรอนิกส์, เซมิคอนดักเตอร์, อีคอมเมิร์ซ, เวชภัณฑ์ และ สินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่ช่วยเสริมความสามารถในการทำกำไรของบริษัทให้อยู่ในระดับที่ดี โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นสินค้าหลักของการค้าระหว่างประเทศในภูมิภาค
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าตามแผนขยายเส้นทางขนส่ง และพัฒนาบริการขนส่งหลายรูปแบบ (Multimodal Service) ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจและบริษัทในเครือ เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางขนส่งให้ครอบคลุมทั่วภูมิภาคมากยิ่งขึ้น รองรับความต้องการที่หลากหลาย และสนับสนุนการย้ายฐานการผลิตของบริษัทข้ามชาติ (MNCs) ที่เข้ามาลงทุน ทั้งในส่วนของการขนส่งทางทะเลและทางอากาศ
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ มีการพัฒนากลยุทธ์ด้านการบริหารต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง ผ่านการทำงานร่วมกันของเครือข่ายพันธมิตร และการใช้เทคโนโลยี เช่น การติดตามสถานะการขนส่งแบบ Real-time เพื่อสร้างรายได้และเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว พร้อมรับมือกับปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลต่อความผันผวนของเศรษฐกิจโลก, อัตราค่าระวางขนส่ง ราคาน้ำมัน และ อัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งบริษัทฯ มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด
“ทิศทางการเติบโตของบริษัทในระยะต่อไป จะมุ่งเน้นการสร้างความแข็งแกร่งผ่านความร่วมมือภายในเครือข่ายธุรกิจของกลุ่มบริษัท เพื่อขยายฐานลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้น พร้อมพัฒนาศักยภาพบริการโลจิสติกส์ครบวงจร ซึ่งเป็นจุดแข็งของบริษัทฯ ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ควบคู่กับการสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนตามหลัก ESG (Environmental, Social and Governance) เพื่อให้รายได้ปีนี้เติบโตตามเป้าหมาย 15%” นายชูเดช กล่าว
ด้านผลประกอบการปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการ 4,656 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.6% และ มีกำไรสุทธิ 122 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากการขยายตัวของธุรกิจขนส่งข้ามพรมแดน (Cross Border Services) และการให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Freight) สอดคล้องกับความต้องการขนส่งของลูกค้าในอุตสาหกรรมที่เติบโตสูง เช่น อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และ สินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงปริมาณงานในมือ (Backlog) ที่เพิ่มขึ้นจากการขยายบริการคลังสินค้าและโซลูชันด้านซัพพลายเชนครบวงจร
ยอดนิยม
ตลาดหลักทรัพย์ฯ รับจดทะเบียน 17 DR ใหม่ อ้างอิงหลักทรัพย์ในฮ่องกงและสหรัฐฯ ออกโดย INVX เริ่มซื้อขาย 12 มิ.ย. นี้
BWG แท็กทีม “พลอยชมพู” จัดใหญ่ “ธนาคารอิ่มสุข” ครั้งที่ 12 ปลุกพลังคนสระบุรีสร้างสุข แยกขยะเพื่อโลก
CIVIL คว้างานใหม่มูลค่า 2,440.30 ลบ. โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำน้ำกิ จ.น่าน
LH Bank ระดมเงินฝากสกุลดอลล์ออสเตรเลีย จ่ายดอกเบี้ยสูงสุด 5.00% ต่อปี