กระดานข่าว

MASTEC ร่วมโครงการ JUMP+ ตลท. เร่งยกระดับองค์กร ตั้งเป้ารายได้ทะลุ 2.27 พันลบ. ปักธงกำไรสุทธิ 158 ลบ. ในปี 2571


25 มีนาคม 2569

S__32645183.jpg

บมจ. แมสเทค ลิ้งค์ (MASTEC)
เดินหน้ายกระดับศักยภาพองค์กร เข้าร่วมโครงการ JUMP+ เพื่อเพิ่มมูลค่าบริษัทในระยะยาว พร้อมวางเป้าหมายการเติบโตเชิงรุก โดยตั้งเป้ารายได้รวม 2,270 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 158 ล้านบาท ภายในปี 2571 ด้วยกลยุทธ์มุ่งเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก ควบคู่กับการสร้างโอกาสการเติบโตในธุรกิจ ประหยัดพลังงานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็น New S-Curve พร้อมแสวงหาโอกาสลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพเพื่อกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ

นายดุษฎี มีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. แมสเทค ลิ้งค์ (MASTEC) เปิดเผยว่า บริษัทวางแผนการเติบโตในช่วงปี 2569–2571 ในการเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) อย่างมีนัยสำคัญ โดยตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 1,338 ล้านบาท 1,800 ล้านบาท และ 2,270 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่กำไรสุทธิ ตั้งเป้าไว้ที่ 93 ล้านบาท 138 ล้านบาท และ 158 ล้านบาท ตามลำดับ

ทั้งนี้ บริษัทมุ่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก (Core Business) ซึ่งประกอบด้วย 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบปรับอากาศและสุขาภิบาล และกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านการป้องกันอัคคีภัยและความปลอดภัย ซึ่งเป็นฐานรายได้สำคัญของบริษัท ควบคู่กับการเร่งพัฒนากลุ่มธุรกิจใหม่ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็น New S-Curve ในการขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคตในด้านกลยุทธ์ บริษัทกำหนดแผนการเติบโตเป็น 3 ระยะ โดยระยะที่ 1 คือ การเสริมศักยภาพธุรกิจหลัก เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และต่อยอดการสร้างรายได้ ผ่านกลยุทธ์ Cross-sell และ Up-sell รวมถึงการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและภาครัฐ

ระยะที่ 2 บริษัทจะขยายสู่โมเดลธุรกิจพลังงานและบริการ อาทิ การพัฒนาโครงการพลังงานสะอาด การบริหารจัดการพลังงาน (ESCO) และการพัฒนาโซลูชั่นทางการเงิน (Financial Solutions) เพื่อสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ในระยะยาว

ขณะที่ระยะที่ 3 บริษัทตั้งเป้าต่อยอดสู่การเป็น Energy Solution Provider โดยพัฒนาแบรนด์ของตนเอง (Own Brand) และขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อยกระดับธุรกิจพลังงานและนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของบริษัท

นอกจากนี้ MASTEC ยังมองหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพ เพื่อกระจายความเสี่ยง(Diversification) และเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ ผ่านกลยุทธ์การเข้าซื้อหรือควบรวมกิจการ (Mergers & Acquisitions: M&A) ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเร่งการเติบโตและเสริมความแข็งแกร่งขององค์กรในระยะยาว รวมทั้งการยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลด้านธรรมาภิบาลให้สูงกว่ามาตรฐานทั่วไป โดยบริษัทจะสื่อสารความคืบหน้าและความสำเร็จแต่ละระยะให้นักลงทุนทราบอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ควบคู่การดูแลด้านสิ่งแวดล้อมด้วยแนวทางการลดคาร์บอน (Carbon Management) โดยการลดก๊าซเรือนกระจกและการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (ESG) ในการดำเนินธุรกิจ