Talk of The Town

8 หุ้น SETHD ตัวเต็งช่วงนี้ ทนแรงต้านสงคราม ชูปันผลสูง “ผันผวน” น้อยกว่า SET


25 มีนาคม 2569

8 หุ้น SETHD_S2T (เว็บ) 2569_0.jpg

สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ส่งผลสินทรัพย์เสี่ยงและ SET “ผันผวน” แรง โบรกฯ ชี้ Defensive Portfolio จะมีความผันผวนน้อยกว่าตลาด เห็นได้จากดัชนี SETHD ปรับตัวลงน้อยกว่า SET ถึง 2.39% ชู 8 หุ้นดัง น่าสนใจลงทุนเพื่อสร้าง Defensive Portfolio

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน เพิ่มโอกาส “Stagflation” โดยราคานํ้ามันดิบ Brent ที่ยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล ไม่ใช่แค่ความผันผวนชั่วคราว แต่เป็นความเสี่ยงต่อ “ฐานต้นทุน” การผลิตใหม่ กรณีที่ช่องแคบฮอร์มุซยังถูกปิดกั้น เป็นความเสี่ยงที่จะพาเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะ “Stagflation” หรือภาวะที่เศรษฐกิจเติบโตตํ่า แต่เงินเฟ้อสูง อย่างเลี่ยงไม่ได้ และส่งผลให้ Fed ตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ระหว่างการคุมเงินเฟ้อกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ 

ล่าสุดตลาดเริ่มมองแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐฯ แบบ Higher For Longer หรืออาจไม่เห็นการลดดอกเบี้ย Fed แล้วหลังจากนี้ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยในประเทศ “จบรอบ” ดอกเบี้ยขาลงเรียบร้อยแล้วหลัง ธปท.ลดดอกเบี้ยนโยบายล่าสุดเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา

ทั้งนี้แม้ SET จะปรับลงมาลึกกว่า 200 จุด จากจุดสูงสุด สะท้อนความกังวลต่อผลกระทบสงครามไปมากแล้ว และแม้ค่าความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่สะท้อน “ความกลัว” นักลงทุน ผ่าน VIX Index จาก 35 สู่ 27 ไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงหมดไป แต่อาจหมายถึงการที่ตลาดเข้าสู่ช่วง "Capitulation" ที่รับรู้ข่าวร้ายจนเริ่มสะเด็ดนํ้า ไปสู่ช่วง “Value Discovery” หรือประเมินผลกระทบจากสงครามในเชิงลึกมากขึ้น 

โดยจากรายงาน Siam Senses วันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา ประเมินผลกระทบต่อประมาณการกำไร SET กรณีที่สงครามยืดเยื้อ 6 เดือน (Stress Case) และกรณีที่สงครามจบภายใน 2 เดือน (Base Case) อยู่ในกรอบ 1-4% ขณะที่ Bloomberg Consensus ยังไม่มีการปรับประมาณการกำไร SET อย่างมีนัยสำคัญ

ดังนั้นมองว่า Defensive Portfolio จะมีความผันผวนน้อยกว่าตลาดโดยรวม Growth Stock มีแนวโน้ม “ผันผวน” มากกว่าตลาดจากทั้งต้นทุนการเงินที่สูงขึ้น และ Valuation ที่สูง แต่หุ้นปันผล (Dividend Play) ที่มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานดีจะผันผวนน้อยกว่าตลาดรวม เห็นได้จากดัชนี SETHD ปรับตัวลงน้อยกว่า SET ถึง 2.39% (นับจากน้นเดือนถึงปัจจุบัน) ตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา และการทยอยจ่ายเงินปันผล (XD) ตั้งแต่เดือน เม.ย.-พ.ค.นี้ 

โดยมีบริษัทที่จ่ายปันผลสูงเกิน 5% ถึง 20 บริษัทในเดือน เม.ย. เช่น SCB, KTB, KBANK, BBL, TISCO และมีมากถึง 28 บริษัทที่จ่ายปันผลเกิน 5% ในเดือน พ.ค. เช่น TLI, AP, BAM, CREDIT, SC, SCAP, RBF

ทั้งนี้กลุ่มหุ้นปันผลสูง มีกระแสเงินสดดี Balance Sheet แข็งแรง ที่น่าสนใจลงทุนเพื่อสร้าง Defensive Portfolio ช่วง 1-2 เดือนนี้ ชอบ

1. กลุ่มธนาคาร ปันผลสูงเกิน 5% ชอบ SCB (6.44%) KTB (6.54%) KBANK (6.42%)

2. กลุ่ม Consumption play ชอบ KTC (6.1%)

3. กลุ่มนิคมฯ – สาธารณูปโภค ชอบ AMATA (4.01%) WHAUP (4.54%) CKP (4%)

4. กลุ่มอสังหาฯ ชอบ AP (6.23%)