Fund / Insurance

BKIH ตั้งเป้าเบี้ยรับปี 69 โต 4% เน้น คล่องตัว รวดเร็ว และยืดหยุ่นรับมือวิกฤติ


19 มีนาคม 2569

561905.jpg

BKIH ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับปี 2569 แตะ 32,600 ล้านบาท เติบโต 4% เดินหน้าต่อยอดธุรกิจ ขยายโอกาสสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ ควบคู่การพัฒนาศักยภาพการให้บริการแก่ลูกค้าเดิม ภายใต้แนวคิด Fast and Flexible Mindset ที่มุ่งปรับรูปแบบการทำงานให้คล่องตัว รวดเร็ว และ ยืดหยุ่นมากขึ้น 

ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บมจ.บีเคไอ โฮลดิ้งส์ (BKIH) และ บมจ. กรุงเทพประกันภัย (BKI) เปิดเผยว่า ปี2569 บริษัทตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวมที่ 32,600 ล้านบาท เติบโต 4% โดยบริษัทมีความพร้อมต่อยอดการดำเนินธุรกิจเพื่อขยายโอกาสสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพการให้บริการแก่ลูกค้าเดิม ภายใต้แนวคิด Fast and Flexible Mindset ที่มุ่งปรับรูปแบบการทำงานให้คล่องตัว รวดเร็ว และ ยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดจากแนวทางการดำเนินงานแบบเดิม และ ยกระดับการตอบสนองความต้องการของลูกค้า และ คู่ค้า

ส่วนปี 2568 BKIH มีกําไรสุทธิกว่า 3,135 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 2.2% ส่วนปี 2569 ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวม 32,600 ล้านบาท เติบโต 4% สําหรับการจัดสรรเงินปันผลในปี 2568 บริษัทฯ จัดสรรเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วอัตราหุ้นละ 11.25บาท และ ในงวดสุดท้ายของปี 2568 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเสนอให้จ่ายเงินปันผล หุ้นละ 6.25บาท รวมจ่ายเงินปันผลทั้งปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 17.50 บาท โดยมีอัตราเงินปันผลตอบแทนที่ 5.8% และ คิดเป็น 59.4% ของกําไรสุทธิต่อหุ้น

นายชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการ Bangkok Insurance กล่าวถึงกลยุทธ์การลงทุนว่า บริษัทยังคงเน้นการถือครองหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่ง โดยเฉพาะ บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ หรือ BH, ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL และ บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต หรือ BLA ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพเติบโตระยะยาว อย่างไรก็ตาม จากข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่กำหนดกรอบการลงทุนตามระดับเงินกองทุน ส่งผลให้บริษัทจำเป็นต้องทยอยปรับลดสัดส่วนการถือครองหุ้นบางส่วนลง

“หลังสงครามจบ เชื่อว่า เศรษฐกิจจะเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวแบบเร่งตัว โดยอาจเห็นสัญญาณชัดเจนภายใน 2-3 เดือนหลังผ่านช่วงครึ่งปี ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่น และ การไหลกลับของเงินทุนต่างชาติ”

นางสาวลสา โสภณพนิช ผู้อำนวยการใหญ่ เปิดเผยว่า บริษัทมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบความคุ้มครองที่สอดรับกับพฤติกรรมและรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภคในปัจจุบัน ผ่านกลยุทธ์ Lifestyle Insurance เช่น  

- ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 3+ Super Special โดยมีทุนประกันภัยให้เลือกหลากหลายตามความต้องการของลูกค้า และ ให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 100,000 บาท เบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียง 6,180 บาท

- ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ โดยปี 2569 ได้พัฒนาประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ ที่เพิ่มความคุ้มครองสำหรับผู้เดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยง (สุนัขและแมว) ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลสัตว์เลี้ยงจากอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในต่างประเทศ

- ประกันภัยโรคร้ายแรง เพื่อช่วยรองรับความเสี่ยง คลายความกังวล และ ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของลูกค้า โดยให้ความคุ้มครองครอบคลุม 11 โรคร้ายแรง รวมถึงโรคเบาหวาน รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 1-60 ปี และสามารถต่ออายุกรมธรรม์ได้ถึง 70 ปี

นางสาวปวีณา จูชวน ผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวว่า บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าอย่างรอบด้าน โดยนำเทคโนโลยีและดิจิทัลโซลูชันมาสนับสนุนการให้บริการ พร้อมทั้งพัฒนารูปแบบการให้บริการที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย (Personalized Experience) เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการให้มีความสะดวก รวดเร็ว ตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้า โดยในปี 2569 บริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการให้บริการต่างๆ