ทิสโก้ห่วงเศรษฐกิจไทยปีนี้โตต่ำกว่า 1% หากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ 6 เดือน

ธนาคารทิสโก้เตือนเศรษฐกิจไทยปีนี้ผันผวน ความเสี่ยงรุมเร้า อาจเติบโตต่ำกว่า 1% หากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อเกิน 6 เดือน แนะครอบครัวไทยเร่งเสริมภูมิคุ้มกัน ด้วยแนวคิด “Family First–3 Save Series” ดูแลกันทั้งบ้าน ย้ำบทบาท Your Trusted Financial Advisor
นายเมธัส รัตนซ้อน หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้มีแนวโน้มเติบโตที่ 1.8% แม้ได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของการลงทุนภาคเอกชนในช่วงปลายปีก่อน ตามมาตรการ Fast-pass ของภาครัฐและผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ ที่น้อยกว่าคาด แต่ยังต้องเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลให้อิหร่านตัดสินใจปิดช่องแคบฮอร์มุส ซึ่งเป็นเส้นทางการขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ ทั้งปุ๋ย เม็ดพลาสติก ตามต้นทุนและค่าขนส่งที่สูงขึ้น
โดยประเมินว่า ทุกการเพิ่มขึ้น 10% ของราคาน้ำมันดิบดูไบจากสมมุติฐานเดิมที่ 72 ดอลลาร์สหรัฐฯ /บาร์เรล จะกระทบ GDP ราว 0.3-0.4 ppt. ดันเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นราว 0.8% และมีแนวโน้มที่จะทำให้เงินบาทอ่อนแตะ 33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นอย่างน้อยในไตรมาส 2 โดยต้องจับตาพัฒนาการของสงครามและความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หากความขัดแย้งยืดเยื้อรุนแรงยาวนานเกิน 6 เดือน เศรษฐกิจไทยอาจเติบโตไม่ถึง 1% ในปีนี้ และค่าเงินบาทอาจอ่อนค่าไปไกลถึง 35 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ
นอกจากปัจจัยภายนอก ครัวเรือนไทยยังต้องเผชิญความเสี่ยงเชิงโครงสร้างในหลายมิติ ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Risk) การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super Aged Society) และความเปราะบางด้านสุขภาพ (Health Risk) ซึ่งล้วนเป็นแรงกดดันต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะยาว
“หากสงครามในตะวันออกกลางยืดเยื้อรุนแรงจีดีพีจะต่ำกว่า 1% หรือ โตแค่ 1% เท่านั้น โดยเรามองว่ายืดเยื้อประมาณ 3 เดือน แต่ถ้ารุนแรงก็อาจลากไปถึง 6 เดือน ส่วนเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกนี้ คาดว่าจะเติบโตประมาณ 1% เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ปรับลดลงในช่วงที่ผ่านมา” นายเมธัสกล่าว
นางกุสุมา ประถมศรีเมฆ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันความเสี่ยงด้านสุขภาพกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่บั่นทอนเสถียรภาพทางการเงินมากที่สุด ดังนั้นครอบครัวจำเป็นต้องมี “ระบบจัดการความเสี่ยงทั้งครอบครัว (Family Risk Management System)” ที่ดูแลครบทั้งสุขภาพ รายได้ ทรัพย์สิน และอนาคตระยะยาว เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของแต่ละครอบครัว
ซึ่งทิสโก้ในฐานะ Your Trusted Financial Advisor จึงไม่ใช่เพียงการแนะนำผลิตภัณฑ์ แต่คือการเป็นที่ปรึกษาที่เดินไปกับลูกค้า ช่วยตั้งคำถามที่ถูกต้อง ตรวจสอบความเสี่ยงที่มองไม่เห็น และประกอบเกราะคุ้มครองให้มีความต่อเนื่องทางการเงินแม้ในวันที่ไม่คาดคิด
“ปีนี้ ธนาคารตั้งเป้าการขายประกันผ่านธนาคารหรือ Bancassurance ปีนี้เติบโต 10% จากปีก่อนที่อยู่ 13,000 ล้านบาท โดยจะเน้นการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละราย“ นางกุสุมากล่าว
นายโสฬส ศิวะไพบูลย์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายประกันภัยธนกิจ ธนาคารทิสโก้ กล่าวว่า ทิสโก้ได้พัฒนา “Family First – 3 Save Series” ระบบความคุ้มครองที่ทำงานเสมือน “งบดุลของครอบครัว” ขึ้น ที่มองทรัพย์สิน ภาระ และเป้าหมายอย่างสัมพันธ์กัน ตั้งหลักด้วยการ “Save ความฝัน” เพื่อรักษาอนาคตของครอบครัวไม่ให้ถูกกลืนหายไปกับความผันผวน ไม่ว่าจะเป็นเงินการศึกษาของลูก การออมตามเป้าหมาย หรือแผนเกษียณ ต่อด้วย “Save ความเสี่ยง” เพื่อปิดจุดเปราะบางที่ทำให้ชีวิตสะดุด ทั้งค่ารักษาโรคร้ายแรง อุบัติเหตุ และรายได้ที่อาจหยุดชะงัก และปิดท้ายด้วย “Save ทรัพย์สิน” เพื่อปกป้องฐานสำคัญของคุณภาพชีวิต ทั้งตัวบ้าน รถ ของใช้จำเป็น ไปจนถึงทรัพย์สินดิจิทัลในยุคที่เทคโนโลยีคือส่วนหนึ่งของกิจวัตร
ยอดนิยม
PRAPAT โชว์ฟอร์มมืออาชีพ เกมรุก-รับแน่น คุมต้นทุนอยู่หมัด D/E ลดฮวบ พร้อมลุยธุรกิจใหม่ สร้าง New Growth
ACE รับทรัพย์ COD โซลาร์ฟาร์มอีก 2 แห่ง 13.29 MW
ผ่าทิศทางอุตสาหกรรมอาหารในสถานการณ์ความขัดแย้ง อินฟอร์มาฯ เผยอาเซียน-ไทย
LT Group Technology บินตรงจีน ตอกย้ำพาร์ทเนอร์ BOE