เปิดจุดเสี่ยงหุ้นโรงไฟฟ้า เมื่อ LNG ทะยานจากสงคราม ค่าไฟอาจพุ่ง 4.52 บาท

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจส่งแรงกระเพื่อมมาถึงภาคพลังงานของไทย โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นโรงไฟฟ้า หลังนักวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง เตือนว่า ความขัดแย้งในภูมิภาคดังกล่าวมีโอกาสก่อให้เกิด Energy Shock ซึ่งอาจผลักดันราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ให้ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาจส่งผ่านต้นทุนไปยังค่าไฟฟ้าในประเทศ
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีความเสี่ยงทำให้เกิด energy shock และส่งผลให้ราคาน้ำมันและ LNG ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะส่งผลให้ค่าไฟฟ้าในไทยปรับเพิ่มขึ้น โดยฝ่ายวิจัยประเมินผลกระทบต่อราคาก๊าซรวมค่าไฟฟ้า และกำไรของกลุ่มโรงไฟฟ้าภายใต้ 3 สถานการณ์
โดยความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด สูงกว่าที่ กฟผ. คาดไว้ประมาณ 5% ในช่วงต้นปี 2569 และคาดว่าปีนี้จะทำสถิติสูงสุดใหม่
ขณะที่สงครามในตะวันออกกลางอาจส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะ LNG ซึ่งจะส่งผลให้ราคาก๊าซรวมปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากไทยพึ่งพา LNG เป็นแหล่งก๊าซสำคัญ
ภายใต้สถานการณ์ที่ฝ่ายวิจัยคาดราคาก๊าซรวมที่สูงขึ้น อาจหนุนค่าไฟให้ปรับเพิ่มขึ้นจาก 3.83 บาทต่อหน่วย ไปสู่ 4.03 บาทต่อหน่วย (สถานการณ์ที่2) และอาจสูงถึง 4.52 บาทต่อหน่วย (สถานการณ์ที่ 3)
ทั้งนี้ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้า SPP เผชิญความเสี่ยงต่อกำไรมากที่สุด เนื่องจากค่าไฟของลูกค้าอุตสาหกรรมจะปรับขึ้นล่าช้ากว่าต้นทุนเชื้อเพลิง ทำให้มาร์จิ้นถูกกดดันในช่วงระหว่างนั้น
ดังนั้นผลการ stress test ของฝ่ายวิจัยชี้ให้เห็นดาวน์ไซด์ต่อประมาณการกำไรปี 2569 ราว 11–69% สำหรับ BGRIM และ 9–59% สำหรับ GPSC ขณะที่ GUNKUL อาจมีอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรของฝ่ายวิจัย
สำหรับ กลยุทธ์การลงทุน จากความไม่แน่นอนของระยะเวลาความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐฯ/อิสราเอลกับอิหร่าน มองว่ากลุ่มโรงไฟฟ้าไทยมีความเสี่ยงต่อกำไรในระยะสั้น โดยเฉพาะหุ้นที่มีโรงไฟฟ้า SPP สูง เนื่องจากมีความอ่อนไหวต่อ ความผันผวนของราคาก๊าซ
ดังนั้น จึงปรับลดน้ำหนักการลงทุนกลุ่มโรงไฟฟ้าจาก “มากกว่าตลาด” เป็น “เท่ากับตลาด” อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นของ BGRIM และ GPSC ปรับตัวลงอย่างมากแล้ว และปัจจุบันซื้อขายใกล้ระดับ มูลค่าภายใต้สถานการณ์ที่ 3 ซึ่งจำกัดดาวน์ไซด์ของราคาหุ้นเพิ่มเติมในระยะสั้น
ภายในกลุ่ม ชอบบริษัทที่มี PPA แบบส่งผ่านต้นทุนเชื้อเพลิง และมีสัดส่วน พลังงานหมุนเวียนสูง โดยหุ้นเด่น คือ GULF และ GUNKUL ซึ่งมีความทนทานต่อภาวะราคาก๊าซ LNG ที่ผันผวนมากกว่า ขณะที่ BGRIM และ GPSC มีความเสี่ยงถูกกดดันมาร์จิ้นมากที่สุดในช่วงที่ราคาก๊าซอยู่ในระดับสูง%20copy.jpg)
ยอดนิยม
เตือนรับมือราคาน้ำมันพุ่ง สถานการณ์ตอนนี้ “เลวร้ายที่สุด” โบรกฯ คาดอาจแตะ 130 เหรียญ
พบเส้นทางการเงิน กระบวนการซื้อเสียงครั้งมโหฬาร การเลือกตั้งประธานกลุ่มเครือข่ายธุรกิจ
PTT แจงดราม่าน้ำมันหมดปั๊ม! คนแห่เติมพุ่ง 3 เท่า ดันรอบขนส่งเพิ่ม วอนอย่ากักตุน แนะให้ประหยัด
CENTEL-ERW นำทัพ กลุ่มท่องเที่ยวรับเซนติเมนต์บวก ลุ้นรัฐบาลแจกตั๋วฟรีดึงนทท.ต่างชาติ