PTG เปิดแผนปี 69 ตั้งเป้ายอดขายน้ำมันเติบโต 3-5% ดันกาแฟพันธุ์ไทยยอดขายพุ่ง 1 หมื่นลบ.

PTG เปิดโครงสร้างกลยุทธ์ “Powering Thai Lives: Everywhere • Everyday • Everyone” เชื่อม 13 แบรนด์ 6,000+ Touchpoints และสมาชิกกว่า 25 ล้านคน สู่ Ecosystem ชีวิตประจำวันของคนไทย วางเป้าปี 2569 ปริมาณขายน้ำมันเติบโต 3-5% พร้อมตั้งเป้ากาแฟพันธุ์ไทยจะมียอดขายประมาณ 10,000 ล้านบาท
นายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าปริมาณขายน้ำมันในปี 2569 จะเติบโตจากปี 2568 ประมาณ 3-5%
ขณะเดียวกันคาดว่าสัดส่วนกำไรขั้นต้นของบริษัทในปี 2569 จะมาจากธุรกิจ Non Oil ประมาณ 45% และคาดว่าในปี 2570 จะขยับขึ้นเป็นใกล้เคียงระดับ 50% ซึ่งสามารถทำได้เร็วกว่าเป้าหมายที่วางไว้ว่าจะทำให้ได้ในปี 2572
นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างหาแบรนด์สินค้าใหม่เข้ามาเพิ่มเติมเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ Non Oil เพิ่มเติมมากขึ้น และบริษัทตั้งเป้าในปี 2569 ธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยจะมียอดขายประมาณ 10,000 ล้านบาท จากเดิมที่มียอดขายประมาณ 6,000 ล้านบาท
อีกทั้งบริษัทเตรียมงบลงทุนในปี 2569 จำนวน 4,500 ล้านบาท โดยจะแบ่งเป็นการลงทุนในธุรกิจใหม่ประมาณ 1,000 ล้านบาท และที่เหลือใช้ลงทุนในธุรกิจเดิม โดยจะเน้นการลงทุนในธุรกิจการแฟ ขณะที่ธุรกิจสถานีบริการน้ำมันจะใช้งบลงทุนไม่เกิน 1,000 ล้านบาท ในการขยายสาขาและปรับปรุงสาขาเดิม
ขณะที่ล่าสุดบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดโรดแมปการดำเนินธุรกิจปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Powering Thai Lives : Everywhere • Everyday • Everyone” โดยเดินหน้าพัฒนา Max World Ecosystem เพื่อเชื่อมโยงธุรกิจพลังงานและบริการด้านไลฟ์สไตล์เข้ากับชีวิตประจำวันของผู้คน ผ่านการเชื่อมต่อ 13 แบรนด์ภายในเครือ กับเครือข่ายบริการกว่า 6,000 Touchpoints และฐานสมาชิกกว่า 25 ล้านคน
โดยนายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนวคิด Everywhere เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนา Ecosystem ของ PTG โดยมุ่งเน้นการขยายเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ในทุกพื้นที่ของประเทศ ผ่านการพัฒนาสถานีบริการน้ำมัน ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ร้านค้าปลีก รวมถึงบริการด้านไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ภายใน Ecosystem
การขยายเครือข่ายดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มจำนวนสาขาเท่านั้น แต่เป็นการวาง Infrastructure ของธุรกิจให้สามารถเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตของผู้คนเกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางการเดินทาง ชุมชนเมือง หรือศูนย์กลางเศรษฐกิจในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ รวมถึงการนำบริการออกไปสู่กิจกรรมและงานอีเวนต์ในชุมชนในรูปแบบ Food Truck เช่น งานวิ่งและกิจกรรมสาธารณะ เพื่อให้ PTG เข้าไปอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของผู้คน เครือข่ายที่ครอบคลุมและเชื่อมโยงกันนี้ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจผ่าน Economies of Scale
โดยในปีนี้ ตั้งเป้าเพิ่มจำนวน Max World Touchpoints มีมากกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเครือข่ายบริการที่เชื่อมโยงธุรกิจพลังงานและธุรกิจ Non-Oil ภายใน Ecosystem ของบริษัทเข้าด้วยกัน โดยเป้าหมายดังกล่าวประกอบด้วยสถานีบริการน้ำมันกว่า 2,300 แห่ง ธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยที่มีเป้าหมายขยายสู่กว่า 3,000 สาขา ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มอื่น ๆ อีกกว่า 200 แห่ง ธุรกิจ LPG มากกว่า 800 แห่ง รวมถึงบริการ Non-Oil และธุรกิจอื่น ๆ อีกกว่า 950 จุดบริการ
นอกจากการพัฒนาเครือข่ายบริการทั่วประเทศแล้ว PTG ยังเสริมศักยภาพด้วย แพลตฟอร์มดิจิทัล MaxMe Application ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรวมบริการต่าง ๆ ของกลุ่ม PTG ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงบริการด้านพลังงาน อาหาร เครื่องดื่ม และไลฟ์สไตล์ได้อย่างต่อเนื่องผ่านประสบการณ์เดียวกัน ปัจจุบัน MaxMe ยังเชื่อมต่อกับพันธมิตรกว่า 650 ราย ครอบคลุมมากกว่า 2.6 ล้านจุดให้บริการ ในหลากหลายหมวดหมู่ของการใช้ชีวิต ตั้งแต่อาหาร การเดินทาง ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ ไปจนถึงบริการทางการเงิน
การผสานเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจที่ขยายตัวมากขึ้นทั้งทางกายภาพและดิจิทัลดังกล่าว ทำให้บทบาทของสถานีบริการ PTG จึงค่อย ๆ เปลี่ยนจากจุดให้บริการพลังงาน ไปสู่พื้นที่ที่ผู้คนสามารถเข้ามาใช้บริการหลากหลายรูปแบบได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเติมพลังให้กับยานพาหนะ การรับประทานอาหาร การดื่มกาแฟ หรือการใช้บริการด้านไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคในแต่ละช่วงเวลา
ด้าน นายปรเมษฐ์ สงวนโชควณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานกลยุทธ์และบริหารการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ กล่าวว่า แนวคิด Everyday สะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของสถานีบริการ PTG จากเดิมที่ผู้บริโภคอาจเข้ามาใช้บริการเพียงสัปดาห์ละครั้ง (Every week) เพื่อเติมน้ำมัน สู่การเป็นจุดหมายในชีวิตประจำวัน ผ่านธุรกิจ Non-Oil ที่หลากหลาย ซึ่งทำให้ผู้คนสามารถแวะเข้ามาใช้บริการได้ทุกวัน
ธุรกิจร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก และบริการด้านไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ภายใน Ecosystem จึงมีบทบาทสำคัญในการทำให้ PTG สามารถเข้าไปอยู่ในกิจวัตรประจำวันของผู้บริโภคได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นวันด้วยกาแฟ การแวะพักระหว่างการเดินทาง หรือการใช้บริการต่าง ๆ ที่ช่วยเติมพลังให้กับชีวิตในแต่ละวัน
กลยุทธ์ดังกล่าวขับเคลื่อนผ่านแนวคิด Everyday Recharge • Everyday Rewards • Everyday Return โดย Everyday Recharge คือการทำให้บริการของ PTG เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันของผู้คน จากเดิมที่สถานีบริการ PT อาจเป็นเพียงจุดที่ผู้บริโภคแวะเข้ามาเติมน้ำมันสัปดาห์ละครั้ง สู่การเป็นจุดหมายที่ผู้คนสามารถเข้ามาใช้บริการได้ในทุกวันและตลอดวัน
ขณะที่ Everyday Rewards มุ่งสร้างคุณค่าให้กับทุกการใช้บริการ ผ่านระบบสมาชิก PT Max Card, PT Max Card Plus และ PT Max Card EV และแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เชื่อมโยงบริการระหว่างธุรกิจต่าง ๆ ภายในเครือ หรือ Cross-BU Integration ทำให้ลูกค้าสามารถสะสมและใช้ Max Points จากการใช้บริการในธุรกิจต่าง ๆ ภายใน Ecosystem ได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเติมน้ำมัน การดื่มกาแฟ การรับประทานอาหาร หรือการซื้อสินค้าในร้านค้าภายในเครือ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถรับสิทธิประโยชน์และใช้บริการข้ามธุรกิจได้อย่างไร้รอยต่อ
ส่วน Everyday Return เป็นการนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาพัฒนาประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละคน ผ่านการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้บริการของสมาชิก โดยมี MaxMe Application เป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลและนำเสนอข้อเสนอหรือสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานการบริการ (Service Excellence) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในทุกครั้งที่ลูกค้ากลับเข้ามาใช้บริการแนวทางดังกล่าวช่วยสร้างประสบการณ์แบบ Personalized ในแต่ละการใช้บริการ ส่งเสริมให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการภายใน Ecosystem ของ PTG อย่างต่อเนื่องในทุก ๆ วัน
จากโครงสร้างเครือข่ายดังกล่าว ทำให้ปัจจุบัน PTG มี Max World Touchpoints มากกว่า 6,126 จุดบริการทั่วประเทศ ซึ่งเมื่อเชื่อมต่อเข้ากับฐานสมาชิก PT Max Card กว่า 25 ล้านสมาชิก ภายใน Max World Ecosystem ทำให้ PTG มองเห็น ศักยภาพในการเชื่อมโยงบริการกับชีวิตประจำวันของผู้บริโภคได้มากกว่า 153,150 ล้านโอกาส ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ในแต่ละวันเต็มไปด้วยช่วงเวลาที่ผู้บริโภคต้องใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การรับประทานอาหาร การดื่มกาแฟ หรือการซื้อสินค้า ซึ่งล้วนเป็นโอกาสที่ PTG สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของผู้คนได้ ผ่านการทำงานร่วมกันของธุรกิจทั้งหมดภายใต้แนวคิด “One PTG” ที่ทำให้บริการของ PTG เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนได้อย่างแท้จริง
นอกจากการพัฒนาเครือข่ายธุรกิจและบริการต่าง ๆ แล้ว PTG ยังให้ความสำคัญกับการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนผ่านแนวคิด Everyone ซึ่งสะท้อนความเชื่อว่าการเติบโตของธุรกิจจะสามารถเกิดขึ้นได้อย่างมั่นคง ก็ต่อเมื่อการเติบโตนั้นสามารถสร้างคุณค่าให้กับผู้คนใน Ecosystem ได้พร้อมกัน
นายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า Ecosystem ของ PTG ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพียงเพื่อผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงเกษตรกร ผู้ประกอบการ พันธมิตรทางธุรกิจ และชุมชนในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งล้วนเป็นส่วนสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระบบนิเวศทางธุรกิจของบริษัท โดย PTG เชื่อว่าการเติบโตของธุรกิจจะสามารถเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน ก็ต่อเมื่อการเติบโตนั้นดำเนินควบคู่ไปกับ ความรับผิดชอบต่อผู้คนใน Ecosystem ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่น การสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับชุมชน หรือการทำงานร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อพัฒนาบริการและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม
การพัฒนาธุรกิจของ PTG จึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการขยายเครือข่ายบริการหรือการเพิ่มจำนวนสาขาเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าร่วมกันใน Ecosystem เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเติบโตไปพร้อมกัน ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของผู้คน เมื่อโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจสามารถเข้าถึงผู้คนได้ในทุกพื้นที่ บริการสามารถเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค และ Ecosystem สามารถสร้างคุณค่าให้กับผู้คนในทุกภาคส่วน แนวคิด Powering Thai Lives : Everywhere • Everyday • Everyone จึงไม่ใช่เพียงทิศทางธุรกิจของ PTG แต่เป็นแนวทางในการเชื่อมโยงผู้คน เศรษฐกิจ และสังคมไทย เข้าสู่คุณภาพชีวิตที่ “อยู่ดี มีสุข” อย่างยั่งยืน