
BANPU โบรกฯ อัพราคาเป้าหมายและกำไรปี 69 ขึ้น 22% หลังราคาถ่านหิน-ก๊าซ ส่งสัญญาณปรับตัวขึ้น กลางความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) คาดว่า BANPU จะได้รับผลกระทบเชิงบวกทางอ้อมจากความไม่สงบในตะวันออกกลางจากราคาถ่านที่ Newcastle ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 100 ดอลลาร์ต่อตันในช่วงเดือน มกราคม มาอยู่ที่ระดับ 130 ดอลลาร์ต่อตัน
โดยคาดว่าธุรกิจถ่านหินทั้งในอินโดนีเซียที่มีราคาผันผวนตามราคา Newcastle index อยู่ที่ระดับ 40% จากการขายทั้งหมดราว 22-25 ล้านตันต่อปี และธุรกิจถ่านหินในออสเตเรียที่มีสัดส่วนส่งออกราว 30-40% จากยอดขายทั้งหมด 7-8 ล้านตันต่อปี คาดว่าหากราคาอยู่ที่ระดับ 130 ดอลลาร์ต่อตัน ตั้งแต่ไตรมาส 2/69-4/69 คาดว่า BANPU จะมีกำไรเพิ่มขึ้นราว 80-90 ล้านดอลลาร์
และสำหรับธุรกิจก๊าซในสหรัฐฯที่ BANPU ขายอยู่ที่ระดับ 280-300 Bcfe ต่อปีซึ่งมีการ hedging ไว้ราว 50-60% และมีส่วนที่ปรับราคาตาม Henry hub gas อยู่ที่ระดับ 40% คาดว่าทุก 1 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู ที่ปรับเพิ่มขึ้นส่งผลต่อกำไรของ BANPU ที่ระดับ 60 ล้านดอลลาร์ ในช่วงที่เหลือของปี คาดว่าหากสถานการณ์ยืดยาวไปมีโอกาสที่ BANPU จะสามารถ rerate trading band สำหรับ P/BV ขึ้นมาได้จากระดับ -1SD มาซื้อขายที่ระดับ Mean คือ 0.62 เท่าเทียบเท่าราคาราว 7 บาท
เช่นเดียวกันกับนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) ได้ให้คำแนะนํา “ซื้อ” BANPU เนื่องด้วยเห็นปัจจัยหนุนการเติบโตที่มากขึ้น ซึ่งนําไปสู่การปรับกําไรขึ้น 22%,25% และ 15% ในปี 2569 – 2571 และทําให้ราคาเป้าหมายเพิ่มเป็น 7.2 บาท
โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการปลดล็อกอัตราการดําเนินงานของ LNG terminal และความต้องการ AI ในสหรัฐที่แข็งแกร่ง ทําให้ราคาก๊าซในสหรัฐสูงขึ้น, นโยบายควบคุมอุปทานถ่านหินของรัฐบาลอินโดนีเซีย ทําให้ราคาถ่านหินอยู่ในระดับสูง และบริษัทกําลังทํา สัญญา PPA ระยะยาว ซึ่งจะทําให้อัตราการใช้กําลังการผลิตของโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นและทําให้ EBITDA ธุรกิจไฟฟ้าเพิ่มเป็นสองเท่าภายในปี 2571
รวมไปถึงกําลังการผลิต CCUS จะเพิ่มขึ้นสามเท่าเป็น 1.5 MMTPA ภายในปี 2571 และจากการมีทั้งธุรกิจก๊าซและถ่านหิน BANPU จึงเป็นผู้ได้ประโยชน์โดยตรงจากสงครามอิหร่าน และด้วย EPS เติบโตเฉลี่ย 3 ปีที่ 22% BANPUจึงน่าสนใจที่11.3 เท่า PE และมีผลตอบแทนปันผล 5.7% ในปี 2569
สำหรับการปรับเพิ่มคาดการณ์กําไร เนื่องจากมีปัจจัยหนุนกําไรหลายประการข้างต้น จึงปรับประมาณการกําไรขึ้น 22/25/15% ในปี 2569-2571 สมมติฐานราคาถ่านหินนิวคาสเซิล เพิ่มขึ้น 10-20 ดอลลาร์ต่อตัน เป็น 125 ดอลลาร์ต่อตัน 110 ดอลลาร์ต่อตัน 110 ดอลลาร์ต่อตัน โดยราคาถ่านหินที่เพิ่มขึ้นทุก 1 ดอลลาร์ต่อตัน จะทําให้กําไรเพิ่มขึ้น 6%
และราคาก๊าซที่เพิ่มขึ้นทุก 0.1 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู ของจะทำให้กําไรเพิ่มขึ้น 7% BANPU ป้องกันความเสี่ยงเพียง 3% ของปริมาณถ่านหินที่ราคา 120 ดอลลาร์ต่อตัน และ 65% ของปริมาณก๊าซที่ราคา 3.85 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู EBITDA และส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนในปี 2568มาจาก ถ่านหิน 50%, ก๊าซ 24%, ไฟฟ้า 24% และเทคโนโลยีพลังงาน 1%
ยอดนิยม
สะเทือน! BGRIM-GPSC เมื่อโรงงาน LNG ใหญ่สุดในโลกระงับส่งออก ดันต้นทุน Pool gas ส่อแววพุ่ง
PSL ความเสี่ยงลาม! โบรกฯ หั่นคำแนะนำ-เป้าหมายลงหนัก หลังช่องแคบฮอร์มุซ ฉุดดีมานด์สินค้าเทกองดิ่ง
ผวา! น้ำมันพุ่ง 200 เหรียญ ธุรกิจต้นทุนน้ำมันสะเทือน PTTEP รับอานิสงส์เต็มสูบ
มงลง! BANPU โบรกฯ อัพกำไรปี 69 ขึ้น 22% รับแรงหนุน ถ่านหิน-ก๊าซพุ่ง