กระดานข่าว

ETL เร่งเครื่องไตรมาส 2/69 บุกตลาดจีนและเวียดนาม ดีมานด์ขนส่งโต พร้อมรับมือต้นทุนน้ำมันผันผวน


11 มีนาคม 2569

ETL พรชัย ดวงแก้ววุฒิไกร (แนวนอน)_0.jpg

บมจ.ยูโรเอเชีย โทเทิล โลจิสติกส์
หรือ ETL เปิดทิศทางธุรกิจไตรมาส 2/2569 เสริมแกร่งโครงข่ายขนส่งเชื่อมภูมิภาคเอเชีย ขยายเส้นทางบุกตลาดจีนและเวียดนาม ควบคู่พัฒนาศักยภาพบริการ Multimodal และ Cold Chain Service รองรับดีมานด์ขนส่งสินค้าเกษตร และอาหารสด พร้อมใช้เทคโนโลยีบริหารต้นทุน และวางมาตรการรับมือราคาน้ำมันผันผวน รักษาความสามารถในการทำกำไร และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

นายพรชัย ดวงแก้ววุฒิไกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูโรเอเชีย โทเทิล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ETL ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน เปิดเผยถึงทิศทางธุรกิจช่วงไตรมาส 2/2569 โดยมุ่งเน้นสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยแผนการดำเนินงานเพิ่มศักยภาพด้านการขนส่ง และ การขยายเครือข่ายเส้นทางในภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศจีนและเวียดนามซึ่งถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ และ การค้าระหว่างประเทศ และมีแผนเชื่อมต่อเส้นทางการขนส่งระหว่างเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ ทั้งในรูปแบบการเดินรถ และ การขนส่งทางเรือ เพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการขนส่งสินค้า รวมถึงเปิดโอกาสในการต่อยอดเส้นทางไปยังประเทศอื่นในภูมิภาค Southeast Asia

ทั้งนี้ บริษัทเดินหน้าขยายเส้นทางการขนส่งด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มความหลากหลายของเส้นทางกานขนส่ง และ ยกระดับความสามารถในการให้บริการ โดยมีแผนเชื่อมต่อเส้นทางการขนส่งจากประเทศจีนสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, เส้นทางจากประเทศอินโดนีเซีย สู่ประเทศมาเลเซีย และ ประเทศไทย เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังมีแนวทางเชื่อมต่อเส้นทางการขนส่งจากภูมิภาคอาเซียนไปยังเอเชียกลาง เพื่อเพิ่มทางเลือกในการขนส่งสินค้า คาดว่าปริมาณการขนส่งรวมจะเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายที่ 20% 

ขณะที่ บริษัทมีการพัฒนารูปแบบการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะบริการขนส่งตู้ควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain Service) ที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยในช่วงไตรมาส 2/2569 ของทุกปีจะเป็น ฤดูกาลขนส่งทุเรียน จึงได้เตรียมแผนรองรับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นผ่านการบริหารจัดการเที่ยวขนส่งและเพิ่มรอบการขนส่งให้มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมุ่งขยายการขนส่งสินค้ากลุ่มอาหารสดและสินค้าแช่แข็งเพื่อสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยคาดว่าจะสามารถเพิ่มปริมาณการขนส่งได้ประมาณ 200 ตู้ต่อเดือน

ขณะเดียวกัน บริษัทได้ติดตามและประเมินสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความตึงเครียดจากสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านซึ่งอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก บริษัทได้วางมาตรการบริหารความเสี่ยง เช่น การปรับค่าธรรมเนียมน้ำมัน (Fuel Surcharge) ให้สอดคล้องกับราคาน้ำมันโลก, การนำเทคโนโลยี AI และ GPS มาบริหารเส้นทางเพื่อลดการวิ่งรถเปล่า รวมถึงการกำหนดสัญญาขนส่งระยะยาวที่ผูกกับดัชนีราคาน้ำมัน เพื่อกระจายความเสี่ยงระหว่างบริษัทและลูกค้า ตลอดจนการควบคุมต้นทุนภายในผ่านการดูแลสภาพรถและการใช้น้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพ

“ในช่วงไตรมาส 2/2569 มีหลายปัจจัยที่อาจส่งผลต่อธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ETL ได้เตรียมแผนรับมือและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์การดำเนินงานได้อย่างเหมาะสม ขณะเดียวกันบริษัทพร้อมทำหน้าที่ในการเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าในภูมิภาค เพื่ออำนวยความสะดวกตามความต้องการขนส่งของลูกค้าอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งพัฒนาศักยภาพภายในองค์กรควบคู่กับการดำเนินงานตามหลัก ESG ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และ การบริหารองค์กรอย่างมีธรรมาภิบาล เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนแม้ในช่วงที่เศรษฐกิจมีความผันผวน” นายพรชัยกล่าวเพิ่มเติม

ด้านผลการดำเนินงานประจำปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 1,738 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 37% และ มีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัท 21.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 173% จากการขยายตัวของจำนวนความต้องการใช้บริการโลจิสติกส์ข้ามพรมแดนในช่วงฤดูกาลธุรกิจ (High Season) และ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการต้นทุนผ่านการบริหารเที่ยววิ่ง สะท้อนถึงความสามารถในการจัดการเชิงรุกที่ พร้อมเพิ่มความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน

ETL