ทองคำยังขาขึ้น ความไม่แน่นอน “สงคราม” กระตุ้นแรงซื้อ “สินทรัพย์ปลอดภัย”

ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น จากแรงหนุนของ ดัชนีดอลลาร์และราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง แถมความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
บทวิเคราะห์บริษัท เอ็มทีเอส แคปปิตอล จำกัด เปิดเผย ทิศทางราคาทองคำ ว่า ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น จากแรงหนุนของ ดัชนีดอลลาร์และราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง โดยราคาน้ำมันดิบ WTI ล่าสุดเคลื่อนไหวบริเวณ 81 ดอลลาร์ หลังปรับตัวลดลงต่อเนื่องและร่วงลงจากจุดสูงสุดก่อนหน้ากว่า 27%
ขณะที่ ดัชนีดอลลาร์ เช้านี้เคลื่อนไหวบริเวณ 98.84 จุด ในลักษณะทรงตัวและอ่อนค่าลงเล็กน้อย ภายใต้ภาวะความตึงเครียดของสถานการณ์สงครามที่ยังดำเนินอยู่ ส่งผลให้ราคาทองคำดีดตัวขึ้น
ด้าน Silver ปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยราคาปัจจุบันเคลื่อนไหวบริเวณ 89.0 เหรียญ สะท้อนแรงซื้อในกลุ่มโลหะมีค่าที่เพิ่มขึ้นตามทิศทางของทองคำ
สำหรับสถานการณ์ ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าก่อนหน้านี้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะส่งสัญญาณว่าสงครามอาจยุติลงในระยะใกล้
แต่ท่าทีที่แตกต่างกันของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ทำให้ระดับความไม่แน่นอนในตลาดเพิ่มสูงขึ้น และกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะ สินทรัพย์ปลอดภัย ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตา รายงาน CPI ของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในวันนี้ เพื่อประเมินทิศทางเงินเฟ้อและแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟดในระยะถัดไป
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำสามารถ Breakout ระดับ 5,200 เหรียญ ขึ้นมาได้ ซึ่งถือเป็นแนวต้านสำคัญในระยะสั้น ภาพรวมทางเทคนิคประเมินว่า หากราคาทองคำสามารถ ยืนเหนือระดับ 5,200 เหรียญได้อย่างมั่นคง จะเป็นสัญญาณสนับสนุนการกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้น และมีโอกาสเห็นแรงซื้อทางเทคนิค (Follow Buy) เข้ามาสนับสนุนให้ราคาปรับตัวขึ้นต่อไป
ดังนั้นประเมินกรอบระยะสั้นของราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 5,180–5,160 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 5,230–5,250 เหรียญ ส่วนทองคำในประเทศ (Thai Gold) ประเมินแนวรับที่ระดับ 77,000 บาท และแนวต้านที่ระดับ 78,200 บาท