กระดานข่าว

MASTEC เตรียมชงที่ประชุมผู้ถือหุ้นจ่ายปันผลสุดปัง 0.14 บาทต่อหุ้น ย้ำมั่นใจปี 2569 ยอดขายทะลุ 1,000 ล้านบาท


27 กุมภาพันธ์ 2569

ภาพผู้บริหารคุณดุษฎี_CEO_final.jpg

MASTEC เอาใจผู้ถือหุ้นจ่ายปันผลสวย สำหรับผลประกอบการปี 2568 ที่ 0.14 บาท/หุ้น ชี้บริษัทมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง มีกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรตั้งแต่ก่อน IPO และมีความพร้อมด้านสภาพคล่องทางการเงินเพียงพอ เตรียมเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติ 24 เมษายน 2569 นี้ ย้ำปี 2569 ทิศทางการดำเนินงานแข็งกร่ง มั่นใจรายได้จากการขายและบริการทะลุ 1,000 ล้านบาท หลังตุนแบ็กล็อกกว่า 450 ล้านบาท พร้อมรักษาความสามารถทำกำไรจากงานด้านนวัตกรรมเพื่อการประหยัดพลังงานและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

นายดุษฎี มีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MASTEC เปิดเผยว่า มติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท MASTEC อนุมัติจ่ายเงินปันผล 0.14 บาทต่อหุ้น ซึ่งสูงกว่านโยบายการจ่ายปันผลของบริษัท ซึ่งมีนโยบายจ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิไม่น้อยกว่า 40% ทั้งนี้ได้คำนึงถึงผลการดำเนินงาน ฐานะทางการเงิน สภาพคล่องเงินสด แผนการลงทุน และภาระผูกพันทางการเงิน ขณะเดียวกันบริษัทมุ่งมั่นบริหารธุรกิจด้วยวินัยทางการเงิน และสร้างสมดุลระหว่างการตอบแทนผู้ถือหุ้นควบคู่กับการเติบโตของบริษัทอย่างยั่งยืนในระยะยาว

พร้อมกันนี้คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาแล้วเห็นว่าบริษัทมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง มีกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรตั้งแต่ก่อน IPO และมีความพร้อมด้านสภาพคล่องทางการเงินเพียงพอ โดยจะเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวในวันที่ 24 เมษายน 2569 (ทั้งนี้เงินปันผลดังกล่าวยังจะมีความไม่แน่นอนจนกว่าจะได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569) พร้อมกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าร่วมประชุมและผู้มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 13 มีนาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569

ทั้งนี้ผลประกอบการปี 2568 ของ MASTEC บริษัทมีรายได้จากการขายและการบริการ 859.02 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 22.89 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน สาเหตุเกิดจากกลุ่มลูกค้าหลักที่เป็นกลุ่มผู้รับเหมางานระบบ (Mechanical & Electrical “M&E”) ทั้งรายกลาง-เล็ก (SMEs) และรายใหญ่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้จำนวนงานหรือโครงการที่ได้รับลดลง ประกอบกับงานบางโครงการของลูกค้าเกิดความล่าช้า จึงต้องชะลอการส่งมอบสินค้าและบริการออกไป แต่ไม่ได้ยกเลิกการสั่งซื้อสินค้า

สำหรับทิศทางผลการดำเนินงานปี 2569 คาดว่ารายได้จากการขายและบริการสามารถดำเนินได้ตามเป้าหมายที่วางไว้มากกว่า 1,000 ล้านบาท หลังมีแบ็กล็อกกว่า 450 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้งานเพิ่มจากงานด้านดาต้าเซ็นเตอร์ งานนวัตกรรมอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมที่มีการเติบโตอย่างโดดเด่นขึ้น และมีอัตรากำไรขั้นต้นสูง จากกระแสตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการย้ายฐานการลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีและผู้ให้บริการดิจิทัลรายใหญ่เข้ามาในอาเซียน

ขณะที่งานด้านผลิตภัณฑ์ปรับอากาศและสุขาภิบาล เช่น อุปกรณ์ในระบบทำความเย็นด้วยน้ำ (Chilled Water) อุปกรณ์ควบคุมการไหลของน้ำที่ใช้ในงานระบบสุขาภิบาล และงานด้านผลิตภัณฑ์การป้องกันอัคคีภัยและผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัย เช่น อุปกรณ์ในระบบดับเพลิงอัตโนมัติด้วยน้ำ ระบบป้องกันไฟลาม ซึ่งเป็นสัดส่วนรายได้หลักยังคงรักษาระดับการเติบโตได้ดี โดยบริษัทเน้นกลยุทธ์ในการรักษาส่วนแบ่งตลาด เน้นการขายเข้าโครงการที่ก่อสร้างใหม่และการเสนอบริการเปลี่ยนทดแทนระบบเดิมของอาคารเก่า

นอกจากนี้บริษัทยังมีโอกาสได้งานเพิ่มจากผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของอุปกรณ์ประกอบระบบที่เน้นทำตลาด ทั้งอุปกรณ์เพิ่มประสิทธิภาพระบบปรับอากาศ โดยการกำจัดอากาศหรือควบคุมความดันหรือกำจัดตะกอนของแบรนด์ REFLEX ที่ทำตลาดมาตั้งแต่ปี 2563 และอุปกรณ์บำบัดน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของหอผึ่งน้ำของแบรนด์ ECO-WATER ที่ทำตลาดมาตั้งแต่ปี 2564 และระบบการบำบัดสระว่ายน้ำที่ไม่ใช้สารเคมีของแบรนด์ ENVIROSWIM และการจำหน่ายและให้บริการติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพื่อเน้นด้านสิ่งแวดล้อมโดยการช่วยลดภาวะโลกร้อนจากการลดสารเคมีและลดการใช้พลังงานฟอสซิล โดยการสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนจากแสงอาทิตย์พร้อมแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานไฟฟ้า รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ในระบบดับเพลิง ได้แก่ อุปกรณ์ดับเพลิงด้วยสารสะอาดและโฟม และอุปกรณ์อัดอากาศป้องกันควันในช่องบันไดหนีไฟที่ทำตลาดตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา