
น่าสนใจสำหรับหุ้นในกลุ่ม SET100 โดยจากการสำรวจข้อมูลจาก setsmart พบว่า หุ้นในกลุ่ม SET100 มีจำนวน 4 หลักทรัพย์ ที่สร้างผลตอบแทนโดดเด่น ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา (21 ก.พ.2568- 20 ก.พ.2569
ทั้งนี้ DELTA ยังคงเป็นผู้นำความร้อนแรง โดยมีราคาหุ้นปรับขึ้นมากกว่า 2 เท่าตัวในรอบปี ขณะที่ STECON กลับมาโดดเด่นจากธีมฟื้นตัวงานก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐาน ตอกย้ำภาพการเลือกตั้งมีความชัดเจนมากขึ้น ส่วน TOP และ TIDLOR ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงจนติดระดับมากกว่า 100% เช่นกัน
หากเข้าไปสำรวจบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน พบว่า นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ฝ่ายวิจัยเริ่มต้นวิเคราะห์ DELTA ด้วยคำแนะนำ “Neutral” โดยให้ราคาเป้าหมาย 232 บาท ซึ่งเข้าใจดีว่าราคาหุ้นที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาลตลอด 4 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เกิดจากการที่นักลงทุนคาดหวังการเติบโตของกำไรอย่างรุนแรงจากธุรกิจ AI data center ซึ่งฝ่ายวิจัยเองก็มีมุมมองเชิงบวกโดยคาดว่ากำไรจะเติบโต 31% ในอีก 3 ปีข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม ระดับมูลค่า ณ ราคานี้ดูจะสูงเกินไป โดยการซื้อขายที่ระดับ 92 เท่า ในปี 2569 และลดลงเหลือ 57 เท่า ในปี 2571 ยังถือว่าแพง หากจะทำให้ค่า PE ในปี 2571 ลดลงเหลือ 30 เท่า ทาง DELTA จะต้องทำผลกำไรให้เติบโตถึง 50% ตลอด 3 ปีข้างหน้า ซึ่งเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก
ส่วน STECON นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คงกำไรปกติปี 2569 ใกล้เคียงเดิมที่ 1.1 พันล้านบาท เติบโต 9% จากปีก่อน สำหรับแนวโน้มไตรมาส 1/69 เบื้องต้นประเมินกำไรจะชะลอจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากไตรมาส 1/68 ที่มีเงินปันผล GULF ขณะที่ในปีนี้จะมีการรับรู้ในไตรมาส 2/69 และอ่อนตัวจากไตรมาสก่อน เป็นผลจากฐานสูงในไตรมาส 4/68 จากการเร่งงานบางโครงการ
โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 11.50 บาท จากแนวโน้มปี 2569 ขยายตัวดีและบริษัทมีการรับงานใหม่ต่อเนื่อง นอกจากนี้ประมาณการกำไรสุทธิยังมี upside จากการรับรู้การกลับสำรองโครงการ CFP จาก UJV เพิ่มเติม และเงินปันผลพิเศษจาก GULF อีกทั้งบริษัทประกาศกลับมาจ่ายปันผล 2568 ที่ 0.55 บาท/หุ้น XD 9 มี.ค.นี้
และ TOP นักวิเคราะห์นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 8.8 พันล้านบาท ลดลง 40% จากปีก่อน หลักๆจากการรับรู้ค่าความนิยมติดลบ (negative goodwill) และกำไรจากการซื้อคืนหุ้นกู้ ขณะที่ คาดว่ากำไรจะกลับมาโต 11% ในปี 2570 เป็น 9.8 พันล้านบาท หนุนโดย market GRM ที่สูงขึ้น ดังนั้นคงคำแนะนำ “ถือ” แต่ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 50 บาท (จากเดิม 40 บาท) %20copy.jpg)
ยอดนิยม
CPALL งบปี 68 มีกำไร 2.82 หมื่นลบ. หลังมียอดขายจากร้าน 7-11 กว่า 4.62 แสนลบ. บอร์ดอนุมัติจ่ายปันผล 1.65 บาท ขึ้น XD 30 เม.ย.
THAI พลิกมีกำไรสุทธิ 3.09 หมื่นลบ. จากปีก่อนขาดทุน 2.6 หมื่นลบ. บอร์ดอนุมัติจ่ายปันผล 0.21 บาท
KTB อนุมัติปันผลอีก 2.24 บาท เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 10 เม.ย.นี้ กำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 30 เม.ย. 69
BH งานเข้า! โบรกฯ แนะ “ขาย” หลังการโตจำกัด เหตุแผนการเปิดโรงพยาบาลใหม่ล่าช้า