
บริษัท ธีระมงคล อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TMI โชว์ผลงานปี 2568 อย่างโดดเด่น โดยมีรายได้รวม 544.59 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 22.87 ล้านบาท เติบโตถึง 214.57% จากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ล่าสุดคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดในอัตรา 0.01 บาทต่อหุ้น กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 10 มีนาคม 2569 ขณะที่ทิศทางการดำเนินธุรกิจในปีนี้ บริษัทมุ่งบริหารงานอย่างรอบคอบ เน้นรักษาเสถียรภาพ พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจหลักเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
นายธีระชัย ประสิทธิ์รัตนพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธีระมงคล อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TMI เปิดเผยผลการดำเนินงานประจำปี 2568 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ว่า บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 544.59 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 22.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 214.57% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 7.27 ล้านบาท สะท้อนการฟื้นตัวของผลประกอบการที่แข็งแกร่งอย่างชัดเจน
บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนขายรวมไว้ที่ 343.93 ล้านบาท ลดลง 10.22% จากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 383.06 ล้านบาท อันเป็นผลจากการบริหารจัดการต้นทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพและธุรกิจอุปกรณ์ไฟฟ้าส่องสว่างที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ประกอบกับอัตราแลกเปลี่ยนที่เอื้ออำนวย ส่งผลให้ต้นทุนขายโดยรวมปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน ต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 22.80 ล้านบาท ลดลงจาก 25.36 ล้านบาทในปีก่อน คิดเป็นการปรับลดลง 10.09% ตามดอกเบี้ยหุ้นกู้ที่ลดลง ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนให้กำไรสุทธิเพิ่มสูงขึ้น
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 จากกำไรสุทธิ โดยเสนอจ่ายปันผลเป็นเงินสดในอัตรา 0.01 บาทต่อหุ้น คิดเป็นเงินปันผลรวม 6.71 ล้านบาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 10 มีนาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569
สำหรับแผนกลยุทธ์ในปี 2569 นายธีระชัยระบุว่า บริษัทจะยังคงดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ โดยมุ่งเน้นประสิทธิภาพเป็นสำคัญ แม้ไม่มีแผนการลงทุนใหม่เพิ่มเติม แต่จะให้ความสำคัญกับการยกระดับการบริหารจัดการทั้งในธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพและธุรกิจอุปกรณ์แสงสว่าง เพื่อรักษาเสถียรภาพการดำเนินงานให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน
ในส่วนของธุรกิจผลิตภัณฑ์หลอดไฟและอุปกรณ์แสงสว่าง บริษัทประเมินว่ายอดขายยังสามารถรักษาระดับรายได้ได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงฐานลูกค้าที่มั่นคงและศักยภาพการแข่งขันที่แข็งแกร่ง
สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพขนาด 1 เมกะวัตต์ ณ อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร คาดว่าจะสามารถเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ภายในกลางปีนี้ ซึ่งเมื่อดำเนินการสำเร็จจะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อการสร้างรายได้และการเติบโตของบริษัทในระยะยาว
ด้านปริมาณคาร์บอนเครดิตสะสม ปัจจุบันบริษัทมีอยู่ 140,000 ตัน (อ้างอิงข้อมูลปีที่ผ่านมา) และพร้อมจำหน่ายทันทีที่ทิศทางตลาดมีความชัดเจน เพื่อต่อยอดรายรับของบริษัทในอนาคต
ยอดนิยม
CKP เผยกำไรสุทธิปี 2568 เติบโตแข็งแกร่ง อานิสงส์จากปริมาณน้ำหนุนผลประกอบการ
RT จัดตั้ง บ.ย่อย อาร์ที จีโอเทอร์มอล ธุรกิจพลังงานความร้อนใต้พิภพ ต่อยอดการเติบโต
“ETC” งบปี 68 ทุบสถิติ! โชว์งบปี 68 กำไร All-Time High พุ่ง 402.97%
NCAP โชว์ผลงานโดดเด่น ปี 68 กำไรพุ่งนิวไฮ 555 ล้านบาท พอร์ตสินเชื่อรวมแตะ 10,220 ล้านบาท