Talk of The Town

“เสี่ยหนู” ยิ้ม STECON ปี 68 พลิกมีกำไรกว่า 1.94 พันลบ. หลังงานก่อสร้างเพิ่มขึ้น แจกปันผล 0.55 บาท


24 กุมภาพันธ์ 2569

“เสี่ยหนู” ยิ้ม STECON ปี 68_S2T (เว็บ)_0.jpg

STECON แจงงบปี 2568 โกยรายได้กว่า 3.37 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% พลิกมีกำไร 1.94 พันล้านบาท หลังบริหารจัดการต้นทุนดีขึ้น บอร์ดเคาะแจกปันผล 0.55 บาท ขึ้น XD วันที่ 10 มี.ค. 69 กำหนดจ่ายปันผล 25 พ.ค. 69

บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON รายงานผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า บริษัทมีรายได้รวมในปี 2568 เป็นจำนวน 33,779 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.10% โดยรายได้หลักที่สำคัญ ได้แก่ รายได้จากสัญญาก่อสร้างจำนวน 33,088 ล้านบาท รายได้จากการขายและบริการ 306 ล้านบาท รายได้ค่าเช่าจำนวน 77 ล้านบาทและรายได้เงินปันผลจำนวน 222 ล้านบาท

โดยรายได้จากสัญญาก่อสร้างเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหลักมาจากโครงการโรงไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก และโครงการใหม่ที่ได้รับในปี 2568 อาทิ โครงการก่อสร้างแบงค็อก มอลล์ โครงการโรงไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรม เป็นต้น

สำหรับความสามารถในการทำกำไร งบการเงินประจำปี 2568 บริษัทมีกำไรขั้นต้นจำนวน 2,863 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นเท่ากับ 8.56% ทั้งนี้ หากพิจารณาจากการดำเนินงานปกติ บริษัทจะมีอัตรากำไรขั้นต้นต้น 7.36% ซึ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบปี 2567 เนื่องจากมีการบริหารและควบคุมต้นทุนทุนงานอย่างมีประสิทธิภาพ

และบริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 1,946 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 5.76% เทียบกับปี 2567 ที่ขาดทุน 2,357 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีกำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น มีการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และในปี 2568 บริษัทมีการรับรู้ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของสินทรัพย์ทางการเงิน(โอนกลับ) หากไม่รวมรายการโอนกลับดังกล่าว บริษัทจะมีผลกำไรจากกิจกรรมปกติประมาณ 1,529 ล้านบาท คิดเป็น 4.53% ของรายได้รวม

พร้อมกันนี้ ในการประชุมดังกล่าวคณะกรรมการบริษัทอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับการดำเนินงานของปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.55 บาท (ห้าสิบห้าสตางค์) รวมเป็น เงินปันผลที่ต้องจ่ายจำนวน 835 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วน 42.9% ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทฯ โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือทั้งนี้สิทธิการได้รับเงินปันผลวันที่ 10 มีนาคม 2569 และกำหนดการจ่ายเงินปันผลในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ทั้งนี้ สิทธิการได้รับเงินปันผลยังไม่มีความแน่นอน เนื่องจากต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น

ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่าเราประเมินแนวโน้มกำไรไตรมาส 1/69 ลดลงจากช่วงเดียวกัน เนื่องจากจะไม่มีเงินปันผลรับจาก Gulf เหมือนในไตรมาส 1/68 โดยเบื้องต้นเราคาดว่าเงินปันผลจะรับรู้เข้ามาในไตรมาส 2/69 แทน

โดยจะหนุนให้แนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 2/69 จะเติบโตเด่นทั้งไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกัน นอกจากนี้ บริษัทฯ วางแผนเซ็นสัญญางานภาคเอกชนเข้ามาเพิ่มเติมได้แก่ Data Center 2 แห่ง ที่บางนาและบางปะกง คาดจะมีความชัดเจนในครึ่งปีแรกปี 69 เป็นปัจจัยหนุน Backlog ปัจจุบันที่ราว 1.26 แสนลบ. (ณ สิ้น ไตรมาส 3/68)

ทั้งนี้ ยังมีมุมมองบวกเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรในปี 2569 ภายหลังการเลือกตั้ง โดยคาดว่ารัฐบาลใหม่จะมีเสถียรภาพเพิ่มมากขึ้นเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมรับเหมาฯและส่งเสริมให้เกิดงานประมูลโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐฯ หลังชะลอไป 2-3 ปี

อย่างไรก็ตาม คงมุมมองเดิมว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมา 61.9% จากต้นปีถึงปัจจุบัน สะท้อนปัจจัยบวกไปค่อนข้างมากแล้ว คงคำแนะนำ “TRADING” และคงราคาเหมาะสมที่ 8 บาทเชิงกลยุทธ์คาดราคาหุ้นตอบรับเชิงบวกจากเงินปันผลจ่ายที่สูงกว่าเราและตลาดคาด หากมีสถานะอาจเป็นจังหวะในการขายทำกำไร