กระดานข่าว

“KJL” เปิดเกมรุกปี 69 ขยายพอร์ตสู่สื่อสาร–ไอที–Data Center หลังปี 68 กวาดรายได้ 1,122 ลบ. เคาะปันผล 0.26 บ. XD 19 มี.ค.นี้


23 กุมภาพันธ์ 2569

S__138977284.jpg

กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค’ วางเป้ารายได้ปี 69 ที่ 1,250-1,320 ลบ. โต 12-17% กางแผน 5 ปี
โตเฉลี่ย 10-15% ขณะที่ปี 68 ทำรายได้รวม 1,122 .90 ลบ. กำไรสุทธิ 126.88 ลบ. บอร์ดเคาะปันผล 0.26 บาทต่อหุ้น จ่อขึ้น XD 19 มี.ค. และจ่ายปันผล 26 พ.ค. 2569 นี้ พร้อมเดินหน้ายึดมาร์เก็ตแชร์ เจาะกลุ่ม Data Center

นายเกษมสันต์ สุจิวโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน) หรือ KJL เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมสำหรับปี 2569 อยู่ที่ 1,250-1,320 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตจากปี 2568 ที่ระดับ 12-17% และวางแผนที่จะสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอีก 5 ปีข้างหน้า ด้วยการเติบโตเฉลี่ย 10-15% ต่อปี ด้วยกลยุทธ์ในการขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดกิจกรรมสัมมนาเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยและยกระดับศักยภาพของช่างไฟฟ้า วิศวกร และผู้ออกแบบทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบของกิจกรรมสัมมนา “รวมพลคนไฟฟ้า” ซึ่งมุ่งเน้นให้ความรู้เกี่ยวกับการติดตั้งระบบไฟฟ้าอย่างถูกต้องไปยังฐานลูกค้าทั่วประเทศ

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมบอร์ดของบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญ ในอัตรา 0.26 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ ได้กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 19 มี.ค.2569 และกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) ในวันที่ 20 มี.ค.2569 เพื่อจ่ายเงินปันผลในวันที่ 26 พ.ค. 2569 นี้

รวมถึงการจัดกิจกรรมร่วมกับลูกค้าเพื่อสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาว รวมถึงขยายเครือข่ายของบริษัทฯ สร้างการรับรู้ของแบรนด์ให้มากขึ้น และประชาสัมพันธ์สินค้าใหม่ ผ่านการททำจัดทำกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษา และขยายส่วนแบ่งทางการตลาด ที่สำคัญที่สุดคือการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการวางรากฐานเพื่อการเติบโตระยะยาว โดยคาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการขยายตัวของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและก่อสร้างในอนาคต

ขณะที่ผลประกอบการสำหรับปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 126.88 ล้านบาท และมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,122.90 ล้านบาท โดยรายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทฯ ยังคงมาจากรายได้จากการขายสินค้ามาตรฐานเคเจแอล 
ซึ่งประกอบไปด้วยตู้ไฟสวิทช์บอร์ด ตู้กันน้ำแบบมีหลังคาเพื่อใช้ภายนอกอาคาร และตู้ไฟฟ้ากันฝุ่นสำหรับงานอุตสาหกรรม รวมถึงรางเดินสายไฟ รางไวร์เวย์ รางเคเบิ้ลแลดเดอร์ รางเคเบิ้ลรวมถึงสินค้ากลุ่มพลาสติก และกลุ่ม 5K ที่เป็นสินค้าใหม่ในช่วง 2 ปีหลังที่ผ่านมา โดยคิดเป็น 72.40% และรายได้จากการขายสินค้าสั่งผลิต (MTO) ตามความต้องการของลูกค้า สามารถปรับเปลี่ยนข้อกำหนดสินค้าในส่วนของขนาด สี และวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตได้ เช่น ตู้สวิทช์บอร์ดขนาดใหญ่ ตู้ Main Distribution Board (MDB) ตู้คอนโทรลต่างๆ รวมถึงการผลิตโครงเหล็กให้แก่ลูกค้าที่ต้องการทำหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น โดยคิดเป็น 20.59% ของรายได้จากการขาย

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงรักษาอัตราการใช้เครื่องจักรให้อยู่ในระดับร้อยละ 70-80 รวมถึงการที่บริษัทฯ ใช้เทคโนโลยีระบบควบคุมการผลิตแบบ Industry 4.0 มาใช้ ผ่านการลงทุนในเครื่องจักรอัตโนมัติ ส่งผลให้กระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสามารถควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิผล

ขณะที่การลงทุนในโครงการศูนย์นวัตกรรม KJL Innovation Campus (KiN) ที่สร้างขึ้นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ที่ทันสมัย เข้าถึงอุตสาหกรรมใหม่ ๆ โดยมีการจัดทำ Metal Design Lab  และ Metal Total Solution พร้อมทั้งสร้าง Brand Experience รวมไปถึงสร้างโอกาสการได้เปรียบทางการแข่งขัน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 1-2 ของปี 2569

KJL