Talk of The Town

CPAXT ปี 68 กำไรทรุด 11% เหลือ 9.35 พันลบ. เหตุยอดขายลดลง บอร์ดเคาะจ่ายปันผล 0.53 บาทต่อหุ้น


23 กุมภาพันธ์ 2569

CPAXT ปี 68 _S2T (เว็บ)_0.png

CPAXT แจงงบปี 68 กำไรเหลือ 9,356 ล้านบาท ลดลง 11.5% เหตุยอดขายสินค้ามาร์จิ้นสูงลด ปรับราคาขายรับมือภาวะเศรษฐกิจ ฟากยอดขายรวมทำได้ 5.20 แสนล้านบาท โต 2.1% รายได้กลุ่มค้าส่งช่วยหนุน

บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT รายงานผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 9,356 ล้านบาท ลดลง 11.5% จากปีก่อน ตามการลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นซึ่งเป็นไปตามการลดลงของยอดขายในกลุ่มสินค้าอุปโภคที่ไม่ใช่อาหารซึ่งปกติมีอัตรากำไรขั้นต้นสูง เนื่องจากลูกค้ามีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้นท่ามกลางการเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศที่จำกัด และการปรับกลยุทธ์ด้านราคาเป็นมาตรการชั่วคราวภายใต้สภาวะตลาดที่ท้าทาย

ขณะที่รายได้รวมทั้งสิ้นอยู่ที่ 520,706 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายสินค้าอยู่ที่ 499,216 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการเติบโตของรายได้จากการขายของกลุ่มธุรกิจค้าส่ง 3.7% โดยหลักมาจากสาขาใหม่และยอดขายนอกร้านพร้อมการส่งสินค้าถึงลูกค้า (Omni Channel) ซึ่งได้รับปัจจัยสนันสนุนจากการเติบโตของยอดขายกลุ่มสินค้าอาหารสด และกลุ่มสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัทฯ (“Private label”)

ในขณะที่รายได้จากการขายของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกใกล้เคียงกับปีก่อนหนุนจากกลุ่มธุรกิจค้าปลีกในประเทศมาเลเซีย และจากกลยุทธ์ของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกในการมุ่งเน้นกลุ่มสินค้าอาหารสด รวมทั้งสินค้าพร้อมปรุง และการขายผ่าน Omni Channe

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเห็นชอบให้เสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 อนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตรารวม 0.71 บาทต่อหุ้น เมื่อหักการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.18 บาทต่อหุ้น ที่บริษัทฯ ได้จ่ายไปแล้ว คงเหลือเป็นเงินปันผลที่จะจ่ายอีกในอัตรา 0.53 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 21 เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายในวันที่ 7 พฤษภาคม 2569

สำหรับในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้รวมอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศโดยมุ่งเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจในทุกมิติ ผ่านการพัฒนาสินค้าให้สอดรับกับพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปการเพิ่มประสิทธิภาพจากการขาย Omni Channel การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อยกระดับประสิทธิภาพและบริหารต้นทุนตลอดจนการทำการตลาดแบบเจาะจง และการขยายเครือข่ายสาขาในหลากหลายรูปแบบ ควบคู่กับการสร้างศูนย์การค้าให้เป็น ‘พื้นที่ความสุขของชุมชน’ (Happy Mall)

ขณะเดียวกัน บริษัทย่อยในต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน ยังคงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของรายได้และเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การขยายธุรกิจในระยะยาวของบริษัทฯ ควบคู่กับการยึดมั่นในหลักการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบและมีวินัย

ทั้งนี้ บริษัทตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภคท่ามกลางเศรษฐกิจที่ท้าทาย ซึ่งมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและเลือกสินค้าทดแทนที่มีราคาเหมาะสมมากขึ้น บริษัทจึงมุ่งนำเสนอสินค้าคุณภาพดีในราคาคุ้มค่า รวมถึงสินค้าทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งเดินหน้าพัฒนาและเพิ่มสัดส่วนกลุ่มสินค้า Private label ควบคู่กับการต่อยอดอาหารพร้อมปรุงและอาหารพร้อมทาน รวมถึงการพัฒนาสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทยังขยายกลุ่มสินค้าลิขสิทธิ์ (Licensed Products) พร้อมทั้งการนำเข้าสินค้าตรง เพื่อเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น และปรับสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้นในด้านการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

บริษัทฯ ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนยอดขายอย่างต่อเนื่อง โดยการขายนอกร้านผ่านแอปพลิเคชันยังคงเติบโต ควบคู่กับการขยายพื้นที่ให้บริการซึ่งใช้จุดแข็งของสาขาที่มีกว่า 2,600 สาขาทั่วประเทศ ให้ทำหน้าที่เป็นจุดกระจายและจัดส่งสินค้า เพื่อเพิ่มอรรถประโยชน์ของสินทรัพย์ที่มีอยู่ และลดค่าใช้จ่ายในการกระจายสินค้าสู่ลูกค้า

พร้อมกันนี้ บริษัทร่วมมือกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก เพื่อพัฒนาและต่อยอดศักยภาพของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกรายบุคคลในการดึงดูดและรักษาลูกค้าให้กลับมาใช้บริการซ้ำในทุกช่องทาง ตลอดจนเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์สินค้าคงคลัง และเสริมความคล่องตัวของระบบปฏิบัติการพื้นฐานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และลดต้นทุนการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อนำองค์กรสู่การเป็น ‘Retail Tech’ ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและนวัตกรรม

นอกจากนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าขยายพื้นที่เช่าและพัฒนารูปแบบร้านค้าใหม่เพื่อให้สอดคล้องตามความต้องการของกลุ่มลูกค้าในแต่ละพื้นที่ โดยมุ่งสร้างความแตกต่างด้านประสบการณ์และความคุ้มค่า ควบคู่กับการเพิ่มความถี่ในการซื้อและการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า

พร้อมกันนี้ บริษัทบริหารพื้นที่ศูนย์การค้าให้เป็นศูนย์กลางชุมชนภายใต้แนวคิด ‘พื้นที่ความสุขของชุมชน’ โดยคัดเลือกสาขาในทำเลยุทธศาสตร์และพื้นที่กำลังพัฒนาที่มีศักยภาพในการเติบโต พร้อมปรับโฉมสาขาและการพัฒนาพื้นที่เช่าในรูปแบบใหม่ภายใต้แนวคิด ‘Oasis’ที่ผสานความสะดวกสบายกับประสบการณ์การใช้ชีวิต ผ่านการคัดสรรพันธมิตร รวมถึงสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น และดึงดูดผู้เช่าที่ตอบโจทย์ไลฟ์ สไตล์ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ การเพิ่มพื้นที่สำหรับกิจกรรมเชิงประสบการณ์รวมถึงแบรนด์สินค้าที่มีความโดดเด่นในกลุ่มสุขภาพ ความงาม เทคโนโลยี และแฟชั่น กลยุทธ์เหล่านี้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่และรายได้จากค่าเช่า พร้อมทั้งเสริมความสามารถในการแข่งขันของบริษัทและเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ บริษัทติดตามความเสี่ยงและปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิด อาทิ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก นโยบายกีดกันทางการค้า ความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงปัจจัยภายในประเทศ เช่น ระดับหนี้ครัวเรือน ภัยธรรมชาติ การแข่งขันจากสินค้านำเข้า และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยบริษัทดำเนินการทบทวนและปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ เพื่อรองรับความไม่แน่นอนและรักษาความสามารถในการเติบโตในระยะยาว