โบรกฯ เปิดฉากทัศน์บทสรุปบัตรเลือกตั้ง กรณีเลวร้าย “ผลเป็นโมฆะ” ตลาดหุ้นตอบรับเชิงลบ-โฟลว์ชะลอแน่

โบรกฯ คาด 2 ฉากทัศน์ ผลเลือกตั้ง หากผลศาลวินิจฉัย"บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด" บนบัตรเลือกตั้งชี้ขาด กรณีรุนแรงสุด “ผลเลือกตั้งเป็นโมฆะ” เลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ ทำการเมืองเกิดสุญญากาศ หวั่นตลาดหุ้นไทยตอบรับเชิงลบ โฟลว์ต่างชาติชะลอลงทุน
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ให้มุมมองว่า การเลือกตั้งในไทย สิ้นสุดลงไปแล้ว แต่หนทางสู่การจัดตั้งรัฐบาลใหม่กลับไม่ราบรื่น โดยมีประเด็นที่เป็นตัวแปรสำคัญ คือ การฟ้องร้องเรื่อง "บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด" บนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงถึงขั้น "เลือกตั้งเป็นโมฆะ" สถานการณ์นี้ไม่เพียงแต่สร้างความผันผวนทางการเมือง แต่ยังส่งแรงกังวลถึงความเชื่อมั่นในตลาดทุนอีกด้วย
โดยตามไทม์ไลน์ปกติของ กกต. หลังวันเลือกตั้ง (8 ก.พ. 69) จะมีเวลา 60 วันในการรับรองผล ส.ส. ให้ได้ไม่น้อยกว่า 95% (475 คน) เพื่อเปิดสภาฯ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะได้เลือกนายกรัฐมนตรีในช่วงต้นเดือน พ.ค. 69 และจัดตั้งครม. เสร็จสิ้นภายในเดือน มิ.ย. 69
อย่างไรก็ตามสถานการณ์ปัจจุบันมีความล่าช้าเกิดขึ้นจากกกต. มีมติให้มีการนับคะแนนและลงคะแนนใหม่ในบางหน่วย (กทม., อุดรธานี, น่าน, พะเยา) ในวันที่ 22 ก.พ. 69 และความเร็วในการประกาศรับรองผลที่ใช้เวลา 10 วัน ซึ่งหากเทียบกับอดีต ถือว่าใช้เวลาใกล้เคียงกับปี 2566 (11 วัน) แต่ช้ากว่าปี 2562 (4 วัน)
แต่ประเด็นที่น่าจับตาที่สุดคือ การยื่นฟ้อง กกต. ต่อ 3 ศาลหลัก (ศาลปกครอง, ศาลรัฐธรรมนูญ, ศาลอาญาคดีทุจริตฯ) โดยกลุ่มนักวิชาการ ทนายความ และพรรคการเมือง ประเด็นหลักคือ การพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้ง อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ที่ระบุว่า "การลงคะแนนต้องเป็นความลับ"
โดยความคืบหน้าล่าสุด คือ ศาลปกครองกลาง รับเป็นคดีที่ 304/2569 แล้ว และผู้ตรวจการแผ่นดินได้สั่งให้ กกต. ชี้แจงภายในวันที่ 24 ก.พ. 69 ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องวินิจฉัยเจตนาและระบบของคิวอาร์โค้ดนี้ แบ่งเป็น 2 ฉากทัศน์ (อ้างอิงบทวิเคราะห์ของ ศ.จรัญ ภักดีธนากุล) ดังนี้
ฉากทัศน์ที่ 1 "เป็นโมฆะ" (สอบย้อนหลังได้) – หากพิสูจน์ได้ว่าระบบนี้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าบัตรใบนี้ใครเป็นคนกา เท่ากับความลับถูกเปิดเผย ถือว่าขัดรัฐธรรมนูญ ผลคือต้อง “เลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ” ซึ่งจะเกิดภาวะ “สุญญากาศทางการเมือง” ลากยาวไปอีกอย่างน้อย 3-4 เดือน ตลาดหุ้นจะตอบรับเชิงลบ ตาม FLOW ต่างชาติที่อาจชะลอการลงทุน เนื่องจากความล่าช้าของการจัดตั้ง ครม. จะกระทบต่อการเบิกจ่ายงบประมาณรัฐ โครงการเมกะโปรเจกต์ และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ
ฉากทัศน์ที่ 2 "รอด" (ใช้แค่ยืนยันตัวตน) หาก กกต. พิสูจน์ได้ว่าโค้ดนี้มีไว้เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของบัตร (ป้องกันบัตรผี/บัตรปลอม) และไม่สามารถโยงกลับไปยังตัวบุคคลผู้ลงคะแนนได้ การเลือกตั้งครั้งนี้ก็จะชอบด้วยกฎหมายและเดินหน้าต่อไป ซึ่งจะทำให้ตลาดหุ้นจะตอบรับเชิงบวกทันทีเพราะขจัดความเสี่ยงเรื่องสูญญากาศทางการเมือง และงบประมาณปี 2570 สามารถเบิกจ่ายได้ตามกำหนด
ยอดนิยม
TFG เดินหมากปี 69 ยกระดับธุรกิจผ่านร้านค้าปลีก พร้อมรุกเวียดนามเต็มสูบ
BCP จ่ายปันผล 1.05 บาท ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 2 มี.ค.นี้ กำหนดจ่ายปันผลวันที่ 24 เม.ย.69
TU งบปี 68 กำไรวูบ 7.5% หลังเจอพิษค่าเงิน-ภาษีสหรัฐฯ ตั้งเป้าปี 69 ยอดขายเติบโต 3-4%
รายย่อยเก็บกด! เดือนก.พ. ระบายของ ขายหุ้นไทยไม่ยั้ง มูลค่าพุ่ง 4.7 หมื่นล้านบาท