TTB ประกาศซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 3 วงเงินไม่เกิน 9,614 ลบ. เริ่ม 20 ก.พ.นี้ ลั่นไม่กระทบสภาพคล่อง-ไม่เสี่ยงต่อธุรกิจ

TTB บอร์ดไฟเขียว ลุยโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 3 ใช้วงเงิน 9.61 พันล้านบาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ. ถึง 19 ส.ค. 69 หวังสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผู้ถือหุ้นและขนาดงบดุลให้เหมาะสม
นายปีติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB รายงานผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2568 ได้มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน ภายใต้วงเงินรวมจำนวนไม่เกิน 21,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2568 ไปจนถึงปี 2570
โดยธนาคารได้ดำเนินการซื้อหุ้นคืนตามโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่หนึ่งและครั้งที่สองในช่วงระหว่างปี 2568 ถึง 2569 รวมทั้งสิ้นจำนวน 5,783 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 5.93% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของธนาคาร โดยมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 11,386 ล้านบาท นั้น
ในการนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารครั้งที่ 2/2569 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นครั้งที่สาม ภายใต้วงเงินรวมจำนวนไม่เกิน 9,614 ล้านบาท โดยวิธีการซื้อด้วยวิธีจับคู่อัตโนมัติผ่านระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (AutomaticOrder Matching หรือ AOM) ในช่วงระหว่าง วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 19 สิงหาคม 2569
ทั้งนี้ โครงการซื้อหุ้นคืนดังกล่าว อยู่ภายใต้การได้รับอนุมัติที่จำเป็น รวมถึงความเห็นชอบจากหน่วยงานกำกับ ตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
สำหรับโครงการซื้อหุ้นคืนในครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในแผนงานด้านการบริหารส่วนทุน (CapitalManagement) ของธนาคาร โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้นผ่านการปรับโครงสร้างและขนาดงบดุลให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น โดยภายหลังการซื้อหุ้นคืนผู้ถือหุ้นจะได้รับประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) และอัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ตามการลดลงของจำนวนหุ้นที่หมุนเวียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
นอกจากนี้ ธนาคารได้พิจารณาแล้วว่า การซื้อหุ้นคืนดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อสภาพคล่อง และความเสี่ยงในการดำเนินงานของธนาคาร โดยอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารภายหลังโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่สามในปี 2569 จะยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่า 19%
และยังคงอยู่ในระดับเดียวกับธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ (D-SIBS) ซึ่งอยู่สูงเกินจากเกณฑ์ขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้ที่ 12% อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ การลดลงของอัตราส่วนต่อสินทรัพย์เสี่ยงภายหลังการซื้อหุ้นคืนดังกล่าว จะยังคงทำให้ธนาคารมีเงินกองทุนเพียงพอต่อการขยายสินเชื่อตามแผนธุรกิจที่กำหนดไว้ได้
ยอดนิยม
GULF โชว์กำไรปี 68 แตะ 8.6 หมื่นลบ. บอร์ดเคาะจ่ายปันผล 3.25 บาท ตั้งเป้าปี 69 รายได้โตกว่า 10-15%
TTB ประกาศซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 3 วงเงินไม่เกิน 9,614 ลบ. เริ่ม 20 ก.พ.นี้ ลั่นไม่กระทบสภาพคล่อง-ไม่เสี่ยงต่อธุรกิจ
OR ผนึก CENTEL ลุยธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด ทุ่มงบลงทุนก้อนแรก 346 ล้านบาท
“สารัชถ์” รับทรัพย์ก้อนโต ปันผล GULF ปีเดียวโกย 1.4 หมื่นล้าน STECON ร่วมแจม! ฟาดหนัก 736 ลบ.