EPG เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปีบัญชี 68/69 (ต.ค.-ธ.ค.68) เติบโตแข็งแกร่ง กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 101%

ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โพลีเมอร์และพลาสติกแปรรูปชั้นนำของโลก เปิดเผยว่า ในไตรมาส 3 ปีบัญชี 68/69 (ต.ค.-ธ.ค.68) บริษัทมียอดขาย 3,323 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มียอดขาย 3,388 ล้านบาท หรือ ลดลง 2% แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 34.5% จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 30 - 33% และ มีกำไรสุทธิที่ 336 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากธุรกิจร่วมทุนในแอฟริกาใต้มีสภาพคล่องดีขึ้น อย่างไรก็ตามไตรมาสนี้ บริษัทได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ สำหรับผลการดำเนินงานตาม 3 กลุ่มธุรกิจหลัก มีดังนี้
ธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น ภายใต้แบรนด์ Aeroflex มียอดขาย 1,041 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากความต้องการสินค้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนบ้าง ขณะที่ยอดขายลดลง 6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เนื่องจากมีวันหยุดยาวในเดือนธันวาคม สำหรับสหรัฐอเมริกา ยอดขายของ Aeroflex USA Inc. เติบโตต่อเนื่อง จากความต้องการสินค้าฉนวนเกรดพรีเมียม รวมถึง Ultra Low Temperature Insulation และ Air Ducting System โดยเฉพาะจากกลุ่มลูกค้าโครงการในอุตสาหกรรม Semiconductor / Cloud / Data Center และยานยนต์ ซึ่งยังมีการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ ส่วนตลาดในประเทศ ยอดขายของแอร์โรเฟลกซ์ทรงตัว สะท้อนภาคเอกชนที่ยังระมัดระวังการลงทุน อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในบางอุตสาหกรรม
แนวโน้มความต้องการสินค้าฉนวนยังเติบโตต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา มีโอกาสใหม่จากการลงทุนภาคอุตสาหกรรมตามกระแส Reshoring บริษัทมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มตลาดฉนวนในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นและมีความต้องการสูงอย่างต่อเนื่อง
ธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ Aeroklas มียอดขาย 1,497 ล้านบาท ลดลง 12% จากช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน และ ลดลงร้อยละ 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สะท้อนการฟื้นตัวที่ยังล่าช้าของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในประเทศไทยและออสเตรเลีย จากกำลังการผลิตและอุปสงค์ตลาดที่ชะลอตัว สำหรับแอร์โรคลาสการผลิตส่งให้แก่กลุ่มลูกค้า OEM ยังคงชะลอตามภาพรวมอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม Aeroklas ใช้ช่วงเวลาดังกล่าวปรับโครงสร้างต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการฟื้นตัวของตลาดในระยะถัดไป ขณะที่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะออสเตรเลียและยุโรป ยังคงเผชิญความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่กดดันการใช้จ่าย โดยตลาดยุโรปยังได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างต่อเนื่อง
สำหรับธุรกิจในออสเตรเลีย ยอดขายของ Aeroklas Asia Pacific Group Pty.,Ltd. (AAPG) ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อน จากวันหยุดยาวในเดือนธันวาคม อย่างไรก็ตาม AAPG มุ่งเน้นการบริหารต้นทุนอย่างเข้มงวด โดยต้นทุนมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง
ขณะที่ 4 Way Suspension Products Pty., Ltd. มีผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการสินค้าใหม่ทั้งในตลาดออสเตรเลียและต่างประเทศ
Aeroklas ให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนอย่างรัดกุมและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันภายใต้แรงกดดันของอุตสาหกรรมยานยนต์ในขณะนี้
ธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก ภายใต้แบรนด์ EPP มียอดขาย 785 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน และ เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัท อีสเทิร์น โพลีแพค จำกัด มีจุดเด่นจากมาตรฐานต่าง ๆ เช่น มอก./ GMP/ HACCP/ BRC และ FSC (Forest Stewardship Council) จึงเป็นที่ไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมเลือกให้เป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก
บริษัทมีต้นทุนขายสินค้าที่ 2,176 ล้านบาท ลดลง 7% จากช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน และลดลง 6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นอัตราการลดลงที่ช้ากว่าการลดลงของยอดขาย โดยบริษัทได้จัดหาวัตถุดิบจากหลายแหล่งผลิตเพื่อรักษาต้นทุนเฉลี่ยของวัตถุดิบให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และจะยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนขายให้มีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างต่อเนื่อง ในไตรมาสนี้บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ 828 ล้านบาท ลดลง 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน และลดลง 1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยบริษัทดำเนินการปรับโครงสร้างต้นทุนของธุรกิจในออสเตรเลียอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะยาว ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าว อยู่ในระยะเริ่มต้นและเริ่มเห็นผลในบางส่วนเท่านั้น โดยผลกระทบเชิงบวกต่อผลการดำเนินงานโดยรวมยังอยู่ในวงจำกัด
บริษัทมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 35 ล้านบาท โดยในไตรมาสนี้ ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลดอลลาร์สหรัฐและแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์ออสเตรเลีย
นอกจากนี้ บริษัทได้รับส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่ 64 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากการปรับตัวดีขึ้นของผลการดำเนินงานของ บริษัทร่วมในประเทศอินเดีย และประเทศจีน
ดร.เฉลียว กล่าวต่อว่า แม้ต้นทุนปัจจัยการผลิตบางส่วนมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นในไตรมาส 4 ปีบัญชี 68/69 (ม.ค.-มี.ค.69) บริษัทมั่นใจว่ายังคงรักษาความสามารถในการทำกำไร และเดินหน้าสร้างการเติบโตให้เป็นไปตามแผนงาน ด้วยโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง ทิศทางการดำเนินงานที่ชัดเจน และการเพิ่มประสิทธิภาพในทุกมิติ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมั่นคงในปีบัญชี 68/69 ภายใต้นโยบาย ‘USE’ ซึ่งมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับองค์กร
ยอดนิยม
ไทยออยล์ ไตรมาส 4 กำไรสุทธิ 2,458 ล้านบาท พร้อมกำไรทั้งปี 14,584 ล้านบาท สะท้อนการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ
ค่าเงินบาทวันนี้ 13 ก.พ. 2569
EPG เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปีบัญชี 68/69 (ต.ค.-ธ.ค.68) เติบโตแข็งแกร่ง กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 101%
ปตท. ไออาร์พีซี บุญรอดฯ ประกาศความสำเร็จการพัฒนานวัตกรรมพลาสติกรีไซเคิลผสม rPET และ rHDPE