กระดานข่าว

KBANK ตั้งเป้าสินเชื่อปี 69โต 0-2% เดินหน้ายกระดับยุทธศาสตร์ครองใจลูกค้า


06 กุมภาพันธ์ 2569

BAE181B3-46C2-4B36-ACC1-8D0F81EDAE6B.jpg

ธนาคารกสิกรไทยประกาศเป้าหมายทางการเงินปี 2569 สินเชื่อเติบโตอย่างสมดุล 0-2% ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ พร้อมเดินหน้ายกระดับยุทธศาสตร์ “3+1 และ Productivity” ไปอีกขั้น ด้วยกลยุทธ์ “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Strategy)” เสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าทุกกลุ่มให้แน่นแฟ้นและยั่งยืนยิ่งขึ้น

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า กลยุทธ์ของธนาคารกสิกรไทยยังคงมุ่งเน้นไปที่การเติบโตอย่างสมดุล เสริมความแข็งแกร่งท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย โดยธนาคารได้กําหนดเป้าหมายทางการเงินประจำปี 2569 ดังนี้

  • การเติบโตของเงินให้สินเชื่อ (Loan Growth): เติบโตที่ 0-2% สอดคล้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจท่ามกลางความท้าทายต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารยังคงเน้นการเติบโตสินเชื่อที่มีคุณภาพ สินเชื่อที่มีหลักประกัน และกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพในการเติบโต พร้อมต่อยอดขีดความสามารถและความแข็งแกร่งด้านสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว

  • ผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net Interest Margin: NIM): อยู่ที่ 2.75-2.95% สอดคล้องกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและการเติบโตของเงินให้สินเชื่ออย่างมีคุณภาพ

  • การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ (Net Fee Income Growth): เติบโตที่ Mid-to-high single-digit โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากการขยายบริการโซลูชันด้านการบริหารความมั่งคั่ง และความเป็นผู้นำด้านบริการชำระเงินทั้งในประเทศและข้ามพรมแดน

  • ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to Income Ratio): อยู่ที่ Mid-40s โดยธนาคารยังคงเน้นย้ำการดำเนินมาตรการควบคุมต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อรองรับแรงกดดันจากการเติบโตของรายได้ที่มีความท้าทาย

  • เงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (NPL Ratio - Gross): อยู่ที่น้อยกว่า 3.25% ท่ามกลางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน

  • อัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Credit Cost): อยู่ที่ในช่วง 140-160 bps (Normalized Level) โดยธนาคารยังคงบริหารความเสี่ยงที่รอบคอบและระมัดระวังสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ

อีกทั้ง ธนาคารยังคงมีสถานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งเพียงพอรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ในปี 2569 นี้ ธนาคารกสิกรไทยจะยกระดับยุทธศาสตร์ “3+1 และ Productivity” ไปอีกขั้น ด้วยกลยุทธ์ “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Strategy)” ที่ให้ความสำคัญต่อความต้องการของลูกค้าใน  แต่ละช่วงชีวิตและทุกบริบททางธุรกิจ ทั้งกลุ่มลูกค้าบุคคล ลูกค้าผู้ประกอบการ และลูกค้าธุรกิจ ขับเคลื่อนการทำงานเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มอย่างรอบด้านและตรงใจ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนและทั่วถึง

โดยผนึกรวมกับยุทธศาสตร์ “3+1 และ Productivity” ที่ได้ดำเนินการไปแล้วก่อนหน้าอย่างต่อเนื่องอันได้แก่

ยุทธศาสตร์หลักที่ 1 การยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพด้านสินเชื่อ ที่เน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพผ่านแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรอบคอบด้วยกระบวนการเครดิตที่ครบวงจรและการจัดการความเสี่ยงเชิงรุก ควบคู่กับการผสานเทคโนโลยี Data & AI ส่งมอบสินเชื่อที่ช่วยผลักดันศักยภาพของลูกค้าบุคคลและธุรกิจได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ยุทธศาสตร์หลักที่ 2 การขยายธุรกิจรายได้ค่าธรรมเนียม ผ่านการให้บริการด้านการชำระเงิน ที่มุ่งเน้นเป็นธนาคารหลักในการให้บริการทั้งลูกค้าบุคคลและธุรกิจ  ผ่านการนำเสนอโซลูชันทางการเงินที่ครบวงจรและบริการที่เชื่อถือได้ เพื่อให้บริการลูกค้าได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านทุกดิจิทัลแพลตฟอร์ม ทั้งการชำระเงินในประเทศ และระหว่างประเทศ โดยปัจจุบันจำนวนธุรกรรมออนไลน์ที่ทำผ่านธนาคารมีปริมาณราว 30% ของธุรกรรมทั้งหมดในประเทศไทย 

ยุทธศาสตร์หลักที่ 3 การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับช่องทางต่าง ๆ ภายใต้กลยุทธ์ “Digital First Experience” ด้วยการใช้เทคโนโลยีเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์และบริการในทุกช่องทาง ผสานศักยภาพของบุคลากร และมุ่งเน้นช่องทางดิจิทัลเป็นหลัก ผ่าน K PLUS โมบายแบงกิ้งสำหรับลูกค้ารายย่อย และ K BIZ แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งพัฒนาครอบคลุมทั้งแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ง่าย เสถียร และปลอดภัย รองรับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างหลากหลายและมีประสิทธิภาพ ครองอันดับ 1 ด้านความพึงพอใจและความผูกพันกับแบรนด์ (Net Promoter Score: NPS) ในกลุ่มธุรกิจธนาคารในประเทศไทย จากการสำรวจของบริษัทนีลเส็นไอคิว (NielsenIQ) บริษัทวิจัยผู้บริโภคชั้นนำของโลก มาอย่างต่อเนื่อง และมีจำนวนผู้ใช้ K PLUS เพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านรายในปี 2568 เป็น 24.2 ล้านราย

การดำเนินธุรกิจด้วยยุทธศาสตร์ “3+1 และ Productivity” พร้อมกลยุทธ์ “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Strategy)” ดังกล่าว จะช่วยให้ธนาคารกสิกรไทยและลูกค้าของธนาคารสามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างสมดุล ภายใต้สภาวะแวดล้อมทางธุรกิจที่ยังคงเผชิญความท้าทายต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องทั้งจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนด้านภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่กดดันการค้าโลกให้ชะลอตัว ภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ รวมถึงการแข่งขันด้านเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเติบโตชะลอตัวลงจากปีก่อน ด้วยอัตราการขยายตัวที่ 1.6%

“ท่ามกลางความท้าทายต่าง ๆ ธนาคารกสิกรไทยให้ความสำคัญกับการเป็นธนาคารที่ให้ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ พร้อมเคียงข้างลูกค้าเพื่อก้าวผ่านความท้าทาย ด้วยโซลูชันทางการเงินที่ครอบคลุมและทั่วถึง ผลักดันเพื่อก้าวสู่โอกาสที่จะเติบโตไปได้อีกและเดินหน้าสู่อนาคตอย่างยั่งยืนและมั่นคงไปด้วยกัน” นางสาวขัตติยา กล่าว