ทองคำยังไม่พ้นเสี่ยง! ผู้เชี่ยวชาญมองวันนี้ฟื้นระยะสั้น ชี้! หากหลุด 68,600 บาท แนะนำขายตัดขาดทุน

ราคาทองคำไทยวันนี้ฟื้นตัว! หลังนักลงทุนชาวจีนได้เข้าซื้อทองคำในตลาดเซินเจิ้นเพื่อซื้อทองรูปพรรณและทองแท่งตุนไว้ก่อนช่วงเทศกาลตรุษจีน คาดว่าจะช่วยพยุงราคาไว้ได้ในระดับหนึ่ง นักวิเคราะห์ชี้หากราคาหลุดแนวรับที่ 68,600 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน
บทวิเคราะห์บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เปิดเผยว่า ทองโลกมีการปรับตัวลง จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ได้ปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 4 สู่ระดับ 97.60 หน่วย จาก 95.96 หน่วย ในขณะที่ตลาดยังคงกังวลการที่ ทรัมป์ ได้เสนอนายเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ให้เป็นประธานเฟดคนต่อไปหลังนายเจอโรม พาวเวล หมดวาระในเดือนพ.ค.นี้ ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในระยะยาว เนื่องจากวอร์ชเป็นผู้ที่คุมเข้มด้านเงินเฟ้อและยังได้ตาหนิการทำ QE ของเฟดว่าทำให้ความเหลื่อมล้าระหว่างคนรวยและจนสูงขึ้น ซึ่งเป็นการทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุน ที่เคยคาดการณ์ในตอนแรกว่าทรัมป์จะยอมให้ดอลลาร์อ่อนค่า
นอกจากนี้ กลไกทางเทคนิคที่สาคัญก็คือ การล้างสถานะของ CallOptions (การเก็งกำไรขาขึ้น) และรวมถึงการถูกเรียกหลักประกันเพิ่ม (MarginCalls)โดยมีกองทุนประเภท LeveragedETF หลายกองที่ได้ถูกสถานะบังคับขาย ซึ่งยิ่งซ้ำเติมให้ราคาทองคาตกลงอย่างรุนแรง อ
ย่างไรก็ตาม ทองคำได้มีการฟื้นตัวในระยะสั้น จากการที่นักลงทุนชาวจีนได้เข้าซื้อทองคำในตลาดเซินเจิ้นเพื่อซื้อทองรูปพรรณและทองแท่งตุนไว้ก่อนช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งคาดว่าจะช่วยพยุงราคาไว้ได้ในระดับหนึ่ง ทางด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเท่าเดิม รวมสุทธิ 1,087.1 ตัน
สำหรับราคาทองในประเทศมีการฟื้นตัวขึ้น ตามทองโลก ในขณะที่ค่าเงินบาทเริ่มแข็งค่า จึงแนะนำทยอยขายตามแนวต้านที่ระดับ 73,150 และทยอยซื้อ ตามแนวรับที่ 70,200 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 68,600 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน
ส่วนบทวิเคราะห์บริษัท เอ็มทีเอส แคปปิตอล จำกัด เปิดเผยว่า เช้าวันนี้ราคาทองคำสามารถกลับมายืนบริเวณ 4,800 เหรียญ ถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดเริ่มผ่านพ้นช่วงความผันผวนรุนแรงในช่วง 2 วันที่ผ่านมา หลังจากราคาปรับตัวลดลงในช่วงก่อนหน้า โดยราคาทองคำเผชิญแรงซื้อ–ขายที่สลับกันอย่างรวดเร็วจากภาวะตื่นตระหนกของตลาด ภายหลังการที่ CME ปรับเพิ่มอัตรามาร์จิ้น ซึ่งตลาดมองว่าเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาทองคำเข้าสู่ช่วงการปรับฐาน
ในด้านปัจจัยพื้นฐาน การปรับตัวลดลงของราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันจากมุมมองเชิงนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะกระแสการคาดการณ์เกี่ยวกับบทบาทของ เควิน วอร์ช ซึ่งตลาดมองว่าอาจส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นระยะเวลานานขึ้น รวมถึงความกังวลเชิงโครงสร้างเกี่ยวกับประเด็น De-dollarization ซึ่งหากธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ไม่สามารถรักษาความเชื่อมั่นได้ อาจส่งผลต่อเสถียรภาพของระบบการเงินโลกในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมในเช้าวันอังคาร ประเมินได้ว่าแรงปรับฐานรุนแรงน่าจะเริ่มคลี่คลายลงแล้ว แม้ในระยะสั้นราคายังคงมีความผันผวน แต่หากราคายังไม่ปรับตัวลงต่ำกว่า 4,600 เหรียญ จะถือว่าตลาดเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลมากขึ้น โดยตลาดทองคำในประเทศยังคงแสดงความแข็งแกร่งและสามารถเคลื่อนไหวสอดคล้องกับทิศทางของตลาดโลกได้เป็นอย่างดี
ในเชิงเทคนิคราคาประเมินแนวโน้มระยะสั้นยังเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways หลังการปรับฐานแรง โดยแรงขายล่าสุดยังไม่ส่งผลให้แนวโน้มหลักเสียรูปแบบ ขณะที่ตลาดอยู่ระหว่างรอปัจจัยใหม่ ทั้งนี้หากราคายังสามารถยืนเหนือแนวรับสำคัญได้ แนวโน้มโดยรวมยังมองเป็นการพักฐานมากกว่าการกลับทิศทางของแนวโน้มหลัก
ประเมินแนวรับของราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) อยู่ที่บริเวณ 4,700–4,650 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,900–4,950 เหรียญ ส่วนราคาทองคำในประเทศประเมินแนวรับอยู่ที่ระดับ 70,000 บาท และแนวต้านที่ระดับ 72,000 บาท