
SME D Bank ตั้งเป้าปี 69 พาเอสเอ็มอีเข้าถึงเงินทุนไม่ต่ำกว่า 7.9 หมื่นล้านบาท และคุม NPLs ไม่เกิน 7.9% เดินหน้า “พัฒนาคู่เติมทุน” ยกระดับเอสเอ็มอีด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรมกระตุ้นการเติบโตอย่างยั่งยืน
นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า ในปี 2569 ธนาคารตั้งเป้าพาเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนไม่ต่ำกว่า 7.9 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงกับปี2568 และตั้งเป้าคุมหนี้เสียหรือ NPL ไม่เกิน 7.9%
โดยธนาคารมุ่งมั่นเป็นกลไกสำคัญของภาครัฐ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ผ่านบทบาทการเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาเอสเอ็มอีให้เติบโตอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีใน 3 อุตสาหกรรมหลักที่เป็นอนาคตของเศรษฐกิจไทย ได้แก่ อาหาร สุขภาพ และเกษตรแปรรูป ให้สามารถยกระดับปรับเปลี่ยนพัฒนาสู่ธุรกิจใหม่ ด้วยการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม มาตรฐาน ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเพิ่มศักยภาพธุรกิจ พัฒนาสู่การเป็นเอสเอ็มอีที่มีคุณภาพ แข่งขันได้ทั้งในและต่างประเทศ เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน เป็นกำลังสำคัญสร้างระบบเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืนด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ ด้านการเงิน ธนาคาร จัดเตรียมบริการสอดคล้องกับพันธกิจธนาคารที่มุ่งสนับสนุนเอสเอ็มอีรายใหม่ขนาดเล็กให้เข้าถึงแหล่งทุนผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อสำคัญ อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี วงเงินรวมกว่า 20,000 ล้านบาท ตอบโจทย์นำไปลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ หรือหมุนเวียนเสริมสภาพคล่อง ช่วยยกระดับธุรกิจ ได้แก่ โครงการสินเชื่อ ปลุกพลัง SME สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์
นอกจากนี้ ยังมีโครงการค้ำประกัน , โครงการสินเชื่อ Beyond ติดปีก SME มุ่งเพิ่มศักยภาพยกระดับธุรกิจ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท และสินเชื่อ SME Green Productivity สนับสนุนเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท ควบคู่กับด้านการพัฒนาผ่านโปรแกรมพัฒนาทั้งออนไซต์และออนไลน์ที่เข้มข้นและเชิงลึก เน้นเสริมศักยภาพธุรกิจเอสเอ็มอี ให้ก้าวทันโลกยุคดิจิทัล พร้อมเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว ทันเทรนด์เทคโนโลยี AI การเงินเชิงกลยุทธ์ และโอกาสเจาะตลาดใหม่
รวมถึงช่วยทำตลาดเชิงรุก นอกจากนั้น ยังให้ความสำคัญ ในการดูแลลูกค้ากลุ่มเปราะบาง (Special Mention : SM) ด้วยการติดตามดูแลช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด สอบถามก่อนเกิดปัญหา และช่วยบ่มเพาะเพิ่มศักยภาพ สร้างโอกาสให้ธุรกิจกลับมาเดินหน้าต่อไปได้ดีในอนาคตผู้ประกอบการเอสเอ็มอี
ขณะที่ผลการดำเนินงานในปี 2568 ธนาคารสามารถสร้างสถิติใหม่ (New High) พาเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนรวมกว่า 79,043 ล้านบาท เป็นยอดสูงที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งธนาคารมากว่า 23 ปี ก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยกว่า 362,010 ล้านบาท รักษาการจ้างงานประมาณ 620,360 ราย สวนทางกับแนวโน้มสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีในระบบ ที่ติดลบต่อเนื่องมา 13 ไตรมาส
ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้าง (Outstanding) ของธนาคาร ขยายตัวอยู่ที่กว่า 99,564 ล้านบาท เติบโต 0.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 67 ขณะเดียวกัน บริหารจัดการสินเชื่อไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดลงเหลือเพียงประมาณ 7.9% ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์นับแต่ก่อตั้งเช่นกัน หากแยกเป็น NPLs หลังออกจากแผนฟื้นฟู เมื่อปี 2558 ยอด NPLs จะมีเพียง 2.69% เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีโดยรวม
และยังให้ความสำคัญด้านบริหารความเสี่ยง ด้วยการตั้งสำรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานะ NCR (NPL Coverage Ratio) หรืออัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ สูงถึงประมาณ 154% สะท้อนถึงความแข็งแกร่ง และมีเสถียรภาพทางการเงินของธนาคาร
ยอดนิยม
GFC จับมือ รพ.สมิติเวช ธนบุรี ยกระดับมาตรฐานการรักษาผู้มีบุตรยาก หวังตอบโจทย์ลูกค้าครอบคลุมทุกมิติ
WSOL แจ้งผู้ถือหุ้นกู้ SABUY263A ไฟเขียวทุกวาระ หนุนสภาพคล่อง รองรับแผนธุรกิจ
เพาเวอร์บาย จับมือ มูลนิธิออทิสติกไทย ผลักดันเทคโนโลยีเพื่อความเท่าเทียม
แกร็บฟู้ด ประกาศสุดยอด 100 ร้านอาหารแห่งปี ผนึก ททท. ชูอัตลักษณ์อาหารขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทย