Talk of The Town

ตลาดหุ้นไทยเดือน ก.พ. มีลุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 1,370 จุด หลังสถานการณ์การเมืองชัดเจน


02 กุมภาพันธ์ 2569

ตลาดหุ้นไทยเดือน ก.พ._S2T (เว็บ)_0.jpg

โบรกฯ คาด SET เดือน ก.พ. เข้าโหมดปรับฐาน ชี้หากลงไม่ลึก มีลุ้นดีดขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 1,370 จุด หลังการเมืองเริ่มชัดเจน มีความหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดทิศทางดัชนีตลาดหุ้นเดือน ก.พ. จะอยู่ในโหมดการปรับฐาน ซึ่งต้องพิจารณาว่าจะย่อลงมาลึกหรือไม่ หากยืน 1,300 จุด ได้จะมีโอกาสดีดกลับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ แต่หากยืน 1,300 จุด ไม่ได้จะมีแนวรับถัดไป 1,285 จุด  จึงคาดกรอบเคลื่อนไหวดัชนีฯ เดือนกุมภาพันธ์ ไว้ที่ 1,280-1,370 จุด

สำหรับปัจจัยสำคัญเดือนนี้ การเมืองไทยหลังการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 จะเริ่มเห็นความชัดเจนของทิศทางการเมืองมากขึ้น หากพรรคหลักคะแนนชนะแบบแลนด์สไลด์ได้ การจัดตั้งรัฐบาลคาดว่าจะเกิดขึ้นได้โดยเร็ว ภาพการเมืองจะชัดเจนไวขึ้น ความคาดหวังต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจมีมากขึ้น เป็นปัจจัยหนุนกลุ่มหุ้นอิงการอุปโภคบริโภค และการกระตุ้นภายในประเทศ

นโยบายอัตราดอกเบี้ย การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 25 ก.พ. 69 คาดว่ากนง.จะพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 1.00% โดย ธปท. มุ่งพิจารณา 2 ปัจจัยหลัก คือ เงินเฟ้อ (Inflation Target) และ อัตราแลกเปลี่ยน (FX) รวมถึงประเด็นสำคัญอย่างการแข็งค่าของเงินบาทก็เป็นสิ่งที่ธปท. ให้ความสำคัญ

การรายงานงบไตรมาส 4/68 บจ. ไทยเข้าสู่ช่วงการประกาศรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4/68 โดยคาดการณ์ว่ากำไรตลาดมีโอกาสโตต่ำกว่าเราคาดไว้ที่ 1.8 แสนล้านบาท เนื่องจากรายการค่าใช้จ่ายพิเศษ และผลกระทบจากการบันทึกค่าใช้จ่ายพนักงานที่สูงขึ้นจากราคาทองคำที่ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา

การตัดสินภาษีทรัมป์ ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีกำหนดพิจารณาคดีการบังคับใช้ภาษีของทรัมป์ใต้อำนาจ IEEPA ในวันที่ 20 ก.พ. 69 ซึ่งจะเป็นการชี้ชะตาทรัมป์และมาตรการภาษีทั่วโลกที่ถูกเรียกเก็บไปแล้ว จะมีการชำระคืนหรือไม่ อย่างไร ซึ่งถ้าการพิจารณาครั้งนี้ยังไม่ตัดสิน การประกาศคำวินิจฉัยอาจเลื่อนไปถึงเดือนมิ.ย. 69 เนื่องจากมีประเด็นการคืนภาษีจึงวินิจฉัยได้ยาก ควรติดตามอย่างใกล้ชิด

ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ สถานการณ์โลกยังตึงเครียดต่อเนื่อง ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ เวเนซุเอลา ยังไม่คลี่คลาย ประเด็นสหรัฐฯ เตรียมโจมตีอิหร่านก็เป็นตัวกดดันตลาดทั่วโลก และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ นอกจากนี้ความต้องการครอบครองดินแดนกรีนแลนด์ของทรัมป์ยังสร้างความไม่สบายใจให้กับยุโรป ราคาทองคำและแร่หายากอื่น ๆ อาจปรับตัวขึ้นต่อ จากความไม่แน่นอนในสถานการณ์ดังกล่าว

สำหรับหุ้นแนะนำ ประกอบไปด้วย AURA กำไรไตรมาส 4/68-1/69 จะดีต่อเนื่องจากไฮซีซั่นและอัตรากำไรขั้นต้น G เพิ่มขึ้น, CK แนวโน้มxu 2569 โตต่อเนื่องตามการรับรู้ backlog, CPALL กำไรปี 2569 ทำสถิติใหม่สูงสุดต่อเนื่อง จากการขยายสาขาและสินค้า RTE

KKP เป้าปี 2569 โตได้ต่อ และคาดไตรมาส 1/69 จะโตทั้งช่วงเดียวกันและไตรมาสก่อนได้ต่อเนื่อง, NEO ไตรมาส4/68 โตเด่นจากไตรมาสก่อน จากรายได้ที่ทำสถิติใหม่สูงสุดต่อเนื่อง และ OR คาดปริมาณขายฟื้นตัว ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นต่อลิตรทรงตัวสูงในไตรมาส 4/68

SET