Fund / Insurance

“ภัยไซเบอร์” รั้งอันดับหนึ่ง ความเสี่ยงภาคธุรกิจไทย


15 มกราคม 2569

Allianz Risk Barometer 2026 ระบุ ท็อป 3 ความเสี่ยงภาคธุรกิจไทย  “ภัยไซเบอร์” รั้งอันดับหนึ่ง ตามด้วยภัยพิบัติจากธรรมชาติ และ ปัญหาสภาพภูมิอากาศ

อลิอันซ์.jpg

Allianz Risk Barometer เปิดเผยผลสำรวจ ซึ่งภาคธุรกิจไทยเห็นตรงกันว่า “ภัยไซเบอร์” ไม่ว่าจะเป็น อาชญากรรมไซเบอร์ การรั่วไหลของข้อมูล การโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ และการหยุดชะงักของระบบบริการ เป็นความเสี่ยงอันดับหนึ่งของปีนี้ โดยขยับขึ้นจากอันดับ 5 ในปีก่อนหน้า ขณะที่ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และความเสี่ยงที่เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อยู่ในอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ สะท้อนบริบทของประเทศไทยที่ยังคงเผชิญผลกระทบจากฤดูมรสุมประจำปี ซึ่งนำมาซึ่งฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันอย่างต่อเนื่อง

ในระดับโลกและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ความเสี่ยงอันดับต้น ๆ ยังคงประกอบด้วยเหตุการณ์ด้านไซเบอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการหยุดชะงักทางธุรกิจ (Business Interruption: BI) โดย AI เป็นความเสี่ยงที่ขยับอันดับขึ้นมากที่สุดจากการสำรวจครั้งนี้ สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีดังกล่าวต่อทั้งโอกาสและความท้าทายของภาคธุรกิจในปัจจุบัน

ลาร์ส ไฮบุทสกี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การเพิ่มขึ้นของการโจมตีทางไซเบอร์ในประเทศไทยสะท้อนถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางธุรกิจ ท่ามกลางภูมิทัศน์ภัยไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ขณะเดียวกัน ตลาดยังคงมีช่องว่างทั้งในด้านความพร้อม การตอบสนอง และการฟื้นฟูจากเหตุการณ์ไซเบอร์ โดยตลาดประกันภัยไซเบอร์ในประเทศไทยยังอยู่ในระยะเริ่มต้น ประกันภัยไซเบอร์จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้องค์กรสามารถฟื้นตัวจากการโจมตี รวมถึงลดผลกระทบจากการหยุดชะงักทางธุรกิจ ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญของภาคธุรกิจ”

ภัยไซเบอร์ในประเทศไทยขยับขึ้นสี่อันดับมาอยู่ที่อันดับ 1 โดยระดับความกังวลเพิ่มขึ้นเป็น 37% จาก 21% ในปีก่อนหน้า ข้อมูลชี้ว่า องค์กรในประเทศไทยเผชิญการโจมตีทางไซเบอร์เฉลี่ยสูงถึง 3,201 ครั้งต่อสัปดาห์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึง 164% โดยอาชญากรไซเบอร์มีแนวโน้มมุ่งเป้าไปยังหน่วยงานภาครัฐและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญมากขึ้น ตามรายงานของ Check Point Software Technologies 

ขณะที่การโจมตีแบบฟิชชิงยังคงเป็นหนึ่งในรูปแบบหลักในประเทศไทย โดยอาศัยเทคนิควิศวกรรมสังคมและการปลอมแปลงตัวตนเพื่อหลอกลวงทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจ นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (NCSA) ยังรายงานว่า จำนวนชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านที่รั่วไหลเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 6,250% จาก 80,000 กรณีในปี 2567 เป็นมากกว่า 5 ล้านกรณีในปีที่ผ่านมา

ในระดับโลก ภัยไซเบอร์ยังคงเป็นความเสี่ยงอันดับหนึ่งติดต่อกันเป็นปีที่ห้า ด้วยคะแนนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 42% และมีช่องว่างจากความเสี่ยงอันดับถัดไปมากที่สุด (+10%) โดยเป็นความกังวลหลักของภาคธุรกิจในทุกภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นทวีปอเมริกา เอเชียแปซิฟิก ยุโรป แอฟริกา และตะวันออกกลาง การที่ภัยไซเบอร์ยังคงอยู่ในอันดับสูงสุดของ Allianz Risk Barometer สะท้อนถึงการพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางภูมิทัศน์ภัยไซเบอร์ รวมถึงบริบททางภูมิรัฐศาสตร์และกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว